
สวัสดีครับ
ผมหมอคิมดงยอง ผู้อำนวยการ Cleor Clinic สาขาฮงแดครับ
"กังวลเรื่องเหนียงใต้คางที่ยังอยู่แม้จะลดน้ำหนักแล้วครับ/ค่ะ"
"ไม่แน่ใจว่ากรอบหน้าอยู่ตรงไหนเลยครับ/ค่ะ"
ในบรรดาผู้ที่มีความกังวลเรื่องเหนียงใต้คาง
มีหลายท่านที่ถอดใจจากการไดเอทมากกว่าที่คิดครับ
เพราะแม้จะพยายามลดน้ำหนักอย่างหนัก แต่ไขมันใต้คางกลับไม่ลดลงเลย
หรือในบางกรณีเมื่อน้ำหนักลด ผิวหนังกลับหย่อนคล้อย
ทำให้เห็นเหนียงชัดเจนยิ่งขึ้น
นี่ไม่ใช่ปัญหาเรื่องความพยายามครับ
ไขมันใต้คางเป็นบริเวณที่โครงสร้างทางกายภาพ
เข้าถึงได้ยากด้วยการออกกำลังกายและควบคุมอาหาร
หมายความว่าวิธีการจัดการจำเป็นต้องแตกต่างออกไปครับ
วันนี้ผมจะมาอธิบายถึงหลักการและขอบเขตความคาดหวังที่สมจริง
ของ V-Olet ซึ่งเป็นหนึ่งในโปรแกรมฉีดลดเหนียงที่สาขาฮงแด
ที่เข้าไปจัดการกับไขมันใต้คางโดยตรง
ให้ทราบกันอย่างตรงไปตรงมาครับ

ทำไมเหนียงใต้คางถึงลดยาก
ชั้นไขมันใต้ผิวหนังบริเวณใต้คางมีการไหลเวียนของน้ำเหลืองช้า
และความยืดหยุ่นของผิวจะลดลงเร็วกว่าส่วนอื่นๆ ของใบหน้า
เมื่ออายุมากขึ้น เนื้อเยื่อผิวจะอ่อนแอลง
ทำให้ไขมันหย่อนคล้อยลงมาสะสมได้ง่ายตามโครงสร้าง
แม้จะลดน้ำหนัก แต่เซลล์ไขมันในบริเวณนี้
เพียงแค่ลดขนาดลงเท่านั้น ไม่ได้หายไป
ดังนั้น เมื่อเกิดโยโย่เอฟเฟกต์หรือเวลาผ่านไป
จึงมักจะกลับมาเป็นเหมือนเดิมครับ

V-Olet มีหลักการทำงานอย่างไร
ส่วนประกอบหลักของ V-Olet คือ
กรดดีออกซีโคลลิก (DCA, Deoxycholic Acid) ครับ
DCA เป็นสารที่มีอยู่ตามธรรมชาติในร่างกายในรูปแบบของกรดน้ำดี
ทำหน้าที่ช่วยสลายไขมันให้เป็นอนุภาคเล็กๆ เพื่อช่วยในการดูดซึมระหว่างกระบวนการย่อยอาหาร
เมื่อนำสารนี้มาสกัดเพื่อใช้ทางการแพทย์
และฉีดเข้าสู่ชั้นไขมันใต้ผิวหนังบริเวณใต้คางโดยตรง
สารจะเข้าไปทำลายผนังเซลล์ไขมันโดยตรง
เปรียบเทียบได้ดังนี้ครับ
การฉีดสลายไขมันทั่วไป (Fat Dissolving) เปรียบเหมือนการกดฟองน้ำให้แบนลง
เมื่อปล่อยมือฟองน้ำก็จะพองกลับมาเหมือนเดิม
แต่ V-Olet เปรียบเสมือนการกำจัดตัวฟองน้ำออกไปเลยครับ
👉เซลล์ไขมันที่ถูกทำลายจะถูกขับออกจากร่างกาย
และมีการกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนขึ้นมาแทนที่
ซึ่งช่วยส่งผลในการรักษาความยืดหยุ่นของผิวด้วยครับ
เนื่องจากเป็นการลดจำนวนเซลล์ไขมัน ไม่ใช่แค่ลดขนาด
ผลลัพธ์จึงคงอยู่ได้ยาวนานกว่า

V-Olet คือผลิตภัณฑ์แบบไหน
V-Olet เป็นยาเฉพาะทางสำหรับเหนียงใต้คางที่มีส่วนประกอบของ DCA
พัฒนาโดย Daewoong Pharmaceutical
และได้รับอนุมัติจาก KFDA ในปี 2021
สาร DCA ชนิดเดียวกันนี้ได้รับการอนุมัติจาก US FDA และหน่วยงานสาธารณสุขของยุโรปแล้ว
กลไกการทำงานและความปลอดภัยของสารนี้จึง
ผ่านการพิสูจน์มาอย่างยาวนาน
เป็นผลิตภัณฑ์ที่มีข้อมูลทางคลินิกสะสมยาวนานที่สุดในบรรดายาฉีด DCA ในเกาหลี
โดยจัดการปัญหาเหนียงผ่าน 2 กลไก คือ การทำลายเซลล์ไขมัน
และการกระตุ้นการสร้างคอลลาเจน
อย่างไรก็ตาม สาร DCA ไม่ได้ทำปฏิกิริยาเฉพาะกับเซลล์ไขมันเท่านั้น
แต่อาจส่งผลต่อเนื้อเยื่ออื่นได้
ดังนั้นการออกแบบตำแหน่งและความลึกในการฉีดจึงสำคัญมาก
นี่คือเหตุผลที่เราให้ความสำคัญกับขั้นตอนการออกแบบก่อนการรักษาอย่างละเอียดครับ
ขั้นตอนการรักษาเป็นอย่างไร
หลังจากทายาชาแล้ว
จะทำการฉีดสารในปริมาณน้อยๆ กระจายเข้าสู่ชั้นไขมันใต้ผิวหนังบริเวณใต้คาง
ใช้เวลาในการทำประมาณ 10-20 นาที และสามารถกลับไปใช้ชีวิตประจำวันได้ทันทีในวันเดียวกัน
ผลลัพธ์จะไม่ปรากฏทันทีหลังทำ แต่จะเริ่มเห็นผลชัดเจนขึ้นเรื่อยๆ หลังจากผ่านไป 1 เดือน
เนื่องจากต้องใช้เวลาในกระบวนการที่เซลล์ไขมันถูกทำลาย
และถูกขับออกจากร่างกาย
โดยทั่วไปแนะนำให้ทำ 2-3 ครั้ง ห่างกันทุก 4 สัปดาห์
เนื่องจากจำนวนครั้งจะแตกต่างกันไปตามปริมาณและการกระจายตัวของไขมัน
วิธีที่เหมาะสมที่สุดคือการดูผลลัพธ์หลังทำครั้งแรกก่อนแล้วจึงตัดสินใจว่าจะทำเพิ่มหรือไม่
หลังการรักษาอาจมีอาการบวม รอยช้ำ หรือความเจ็บปวดชั่วคราวเกิดขึ้นได้
การเกิดปฏิกิริยาการอักเสบเฉพาะจุดในระหว่างที่สาร DCA ทำลายผนังเซลล์ไขมัน
ถือเป็นเรื่องปกติ
และอาการบวมอาจคงอยู่ได้นานกว่า 1 สัปดาห์
หากมีตารางงานสำคัญ แนะนำให้เข้ารับการรักษาล่วงหน้าอย่างน้อย 2 สัปดาห์ครับ
เหมาะสำหรับบุคคลเหล่านี้
ผู้ที่เหนียงใต้คางไม่ลดลงแม้จะไดเอทแล้ว
ผู้ที่รู้สึกว่าการฉีดสลายไขมันทั่วไปให้ผลลัพธ์ไม่เพียงพอ
ผู้ที่ต้องการจัดการกับโครงสร้างเหนียงใต้คางโดยไม่ต้องผ่าตัด
นี่คือทางเลือกหนึ่งสำหรับคุณครับ
หากมีอาการอักเสบในบริเวณที่จะทำ, หากสาเหตุหลักคือผิวหย่อนคล้อย,
มีประวัติแพ้สารเฉพาะทาง,
กำลังตั้งครรภ์ หรือกำลังรับประทานยาที่เกี่ยวข้องกับระบบเลือด
จำเป็นต้องแจ้งให้ทราบก่อนรับการรักษา

⚠️ ข้อควรระวัง
หลังทำควรหลีกเลี่ยงการเข้าซาวน่า สปาร้อน หรือการแช่น้ำอุ่น
เพราะอาจทำให้อาการบวมแย่ลงได้เป็นเวลาหลายวัน
ควรงดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์และการออกกำลังกายอย่างหนัก
เนื่องจากอาจกระตุ้นปฏิกิริยาการอักเสบในร่างกายได้ประมาณ 1 สัปดาห์
โปรดหลีกเลี่ยงการกดหรือนวดบริเวณที่รับการรักษาแรงๆ
การประเมินผลลัพธ์ที่แม่นยำควรทำหลังจากผ่านไปอย่างน้อย 1 เดือน
หากประเมินผลก่อนที่อาการบวมจะยุบลง อาจทำให้รู้สึกว่าเห็นผลน้อยกว่าความเป็นจริง
❓ คำถามที่พบบ่อย
Q. ฉีด V-Olet ที่สาขาฮงแดเพียงครั้งเดียวได้ไหม?
แม้จะมีบางท่านที่รู้สึกถึงความเปลี่ยนแปลงหลังทำเพียงครั้งเดียว
แต่โดยทั่วไปมักจะเห็นผลลัพธ์ที่ชัดเจนยิ่งขึ้น
เมื่อทำต่อเนื่อง 2-3 ครั้งครับ
แทนที่จะจองหลายครั้งตั้งแต่แรก
ผมแนะนำให้ดูผลลัพธ์หลังครั้งแรกก่อนแล้วค่อยวางแผนขั้นตอนต่อไปครับ
Q. อาการบวมหลังฉีด V-Olet จะหายเมื่อไหร่?
ขึ้นอยู่กับการตอบสนองของแต่ละบุคคล
แต่โดยปกติจะยุบลงภายใน 1-2 สัปดาห์ครับ
เมื่ออาการบวมยุบลง กรอบหน้าจะค่อยๆ ชัดเจนขึ้น
ดังนั้นการตรวจสอบผลลัพธ์สุดท้ายหลังจาก 1 เดือนจึงจะแม่นยำที่สุดครับ
Q. จะรู้ได้อย่างไรว่าเหนียงเกิดจากไขมันหรือผิวหย่อนคล้อย?
หากใช้มือจับบริเวณใต้คางแล้ว
รู้สึกว่าเป็นก้อนนุ่มๆ มีโอกาสสูงที่สาเหตุหลักจะมาจากไขมันครับ
แต่ถ้าจับไม่ติดอะไรเลยและรู้สึกว่าผิวหนังหย่อนคล้อยลงมา
อาจเกิดจากความหย่อนคล้อยของผิวครับ
หลายกรณีอาจมีทั้งสองสาเหตุร่วมกัน
เมื่อท่านมาที่คลินิก ผมจะตรวจเช็กและให้คำแนะนำอย่างละเอียดอีกครั้งครับ
Q. ผลลัพธ์หลังฉีด V-Olet จะอยู่ถาวรหรือไม่?
เซลล์ไขมันที่ถูกทำลายไปแล้วจะไม่กลับมาครับ
อย่างไรก็ตาม หากน้ำหนักตัวเพิ่มขึ้นมากหรือมีการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมน
เซลล์ไขมันที่เหลืออยู่ก็อาจขยายขนาดขึ้น
และทำให้เห็นเหนียงชัดเจนขึ้นได้อีก
การควบคุมน้ำหนักหลังการรักษาจึงสำคัญมากต่อการรักษาผลลัพธ์ครับ
Q. สามารถทำร่วมกับการรักษาอื่นได้ไหม?
สามารถทำควบคู่ไปกับการทำเลเซอร์ยกกระชับ (Lifting) หรือโบท็อกซ์ได้ครับ
ส่วนการผสมผสานแบบใดจะเหมาะกับสภาพผิวของคุณที่สุด
ผมจะให้คำแนะนำหลังจากได้ตรวจเช็กสภาพผิวจริงครับ
เหนียงใต้คางไม่ใช่เพราะความพยายามไม่พอ แต่ด้วยลักษณะเฉพาะของบริเวณนี้ การออกกำลังกายและคุมอาหารเพียงอย่างเดียว
มักจะเข้าถึงได้ยากครับ
V-Olet ที่สาขาฮงแด
เป็นทางเลือกในการปรับปรุงเหนียงใต้คางโดยไม่ต้องผ่าตัด ด้วยการเข้าไปจัดการกับเซลล์ไขมันโดยตรงเพื่อสร้างการเปลี่ยนแปลงทางโครงสร้าง
ที่ Cleor Clinic สาขาฮงแด เราจะตรวจเช็กสภาพคางของคุณโดยตรง
และให้คำแนะนำอย่างจริงใจว่า V-Olet เป็นทางเลือกที่เหมาะสมกับคุณในตอนนี้หรือไม่
สามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้เลยครับ 😄
※ เนื้อหานี้จัดทำขึ้นเพื่อให้ข้อมูลทั่วไป ผลลัพธ์อาจแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล
โปรดตัดสินใจรับการรักษาหลังจากปรึกษากับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเพื่อการวินิจฉัยที่แม่นยำ
정확한 진단과 시술 여부는 전문의 상담을 통해 결정하시기 바랍니다.
