หากคุณต้องการรักษาอาการหน้าแดงเรื้อรังที่ฮงแด ด้วย Vbeam Perfecta

29 มิถุนายน 2569

สวัสดีครับ

ผมคุณหมอคิมดงยอง จาก Cleor Clinic สาขาฮงแดครับ

เคยไหมครับที่แม้จะแต่งหน้าอย่างพิถีพิถัน แต่ปลายจมูกและแก้มทั้งสองข้างกลับแดงบ่อยครั้ง

และรู้สึกกังวลกับอาการหน้าแดงเรื้อรังที่ไม่ยอมหายไปสักที?

"เวลาเปลี่ยนฤดูหรือหลังออกกำลังกาย หน้าจะแดงง่ายและไม่ยอมหายแดงสักที

เวลาถ่ายรูปก็กังวลเพราะรอยแดงบนใบหน้าเห็นชัดมาก"

อาการหน้าแดงเรื้อรังไม่ใช่แค่เรื่องของผิวบอบบางเท่านั้น

แต่เป็นการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างที่หลอดเลือดฝอยขยายตัวแล้วไม่กลับคืนสู่สภาพเดิมครับ

เมื่อรังสียูวี การเปลี่ยนแปลงของอุณหภูมิ และการระคายเคืองซ้ำๆ สะสมมากขึ้น ผนังหลอดเลือดจะอ่อนแอลง

ทำให้หลอดเลือดฝอยขยายตัวค้างอยู่ในสภาพนั้น

และสร้างสภาพแวดล้อมที่ทำให้เห็นรอยแดงบนผิวหน้าชัดเจนขึ้นครับ

ในบรรดาวิธีการรักษาที่มุ่งเน้นจัดการกับหลอดเลือดที่ขยายตัวเหล่านี้

เราเลือกใช้เลเซอร์ VBeam ที่มีความยาวคลื่น 595nm ซึ่งจะดูดซับเข้าสู่ฮีโมโกลบินในหลอดเลือดได้อย่างเฉพาะเจาะจงครับ

วันนี้ผมจะมาสรุปหลักการทำงานของ VBeam

รวมถึงรายละเอียดการให้บริการ VBeam ทั่วใบหน้าและโปรแกรมรักษาอาการหน้าแดงให้ทราบกันครับ

การรักษาอาการหน้าแดงที่ฮงแดคืออะไร

👉 การรักษาอาการหน้าแดงที่ฮงแด คือการใช้เลเซอร์ VBeam (VBeam) 595nm Pulsed Dye Laser (PDL) จากบริษัท Candela (Solta Medical) ประเทศสหรัฐอเมริกา

ซึ่งเป็นหัตถการที่จัดการกับหลอดเลือดฝอยที่ขยายตัวด้วยหลักการ Selective Photothermolysis ที่จะดูดซับเข้าสู่ฮีโมโกลบินในหลอดเลือดอย่างเฉพาะเจาะจงครับ

VBeam เป็นอุปกรณ์ชั้นนำในกลุ่ม Pulsed Dye Laser (PDL)

เนื่องจากความยาวคลื่น 595nm เป็นช่วงที่มีอัตราการดูดซับสูงมากในออกซิเจนฮีโมโกลบิน

เมื่อฮีโมโกลบินในหลอดเลือดดูดซับพลังงานแสงจะเปลี่ยนเป็นความร้อน

ทำให้ผนังหลอดเลือดเกิดการแข็งตัวและหดตัว และเมื่อเวลาผ่านไป ร่างกายจะทำการ

ดูดซึมและกำจัดออกไปตามกลไกธรรมชาติครับ

เนื่องจากเป็นวิธีที่มุ่งเน้นจัดการเฉพาะหลอดเลือดที่เป็นเป้าหมายอย่างแม่นยำและลดความเสียหายต่อเนื้อเยื่อปกติรอบข้างให้เหลือน้อยที่สุด

จึงถือเป็นมาตรฐานในการดูแลอาการหน้าแดงและหลอดเลือดฝอยขยายตัวครับ

คุณสมบัติทางเทคนิคของเลเซอร์ VBeam

👉 VBeam เป็นเทคโนโลยีที่มีคุณสมบัติหลัก 4 ประการ ได้แก่ ความยาวคลื่นเดี่ยว 595nm, หลักการ Selective Photothermolysis, ระบบทำความเย็น DCD Cryogen

และมีความปลอดภัยสำหรับผิวชาวเอเชียตะวันออกครับ

ความยาวคลื่นเดี่ยว 595nm

  • 595nm เป็นช่วงความยาวคลื่นที่มีอัตราการดูดซับสูงมากในออกซิเจนฮีโมโกลบิน

เมื่อฮีโมโกลบินในหลอดเลือดดูดซับความยาวคลื่นนี้อย่างเฉพาะเจาะจง

จึงทำให้พลังงานถูกส่งไปยังหลอดเลือดเป้าหมายได้อย่างแม่นยำครับ

หลักการ Selective Photothermolysis

  • เมื่อฮีโมโกลบินในหลอดเลือดฝอยที่ขยายตัวดูดซับพลังงานแสง

จะเปลี่ยนเป็นความร้อนทำให้ผนังหลอดเลือดแข็งตัวและหดตัว

หลังจากนั้นเมื่อเวลาผ่านไป หลอดเลือดที่แข็งตัวจะถูกร่างกายดูดซึมและหายไปตามธรรมชาติ

ทำให้รอยแดงบนผิวหน้าค่อยๆ จางลงครับ

ระบบทำความเย็น DCD Cryogen

  • VBeam เป็นเทคโนโลยีที่มาพร้อมกับระบบ DCD (Dynamic Cooling Device) Cryogen

ซึ่งจะพ่นความเย็นออกมาในระหว่างทำหัตถการ

ช่วยส่งผ่านความเย็นไปยังชั้นผิวหนังกำพร้าเพื่อลดความเจ็บปวดระหว่างทำ

และเป็นระบบความปลอดภัยที่ช่วยลดโอกาสเกิดความเสียหายต่อผิวหนังกำพร้าให้เหลือน้อยที่สุดครับ

ความปลอดภัยสำหรับผิวชาวเอเชียตะวันออก

  • ความยาวคลื่น 595nm มีความสัมพันธ์กับเม็ดลานินค่อนข้างต่ำ

เมื่อเทียบกับเลเซอร์หลอดเลือดชนิดอื่นอย่าง KTP 532nm จะมีการดูดซับเม็ดลานินน้อยกว่า

จึงถือเป็นเทคโนโลยีที่มีความเสี่ยงต่อการเกิดรอยดำหลังการอักเสบ (PIH) ในผิวชาวเอเชียตะวันออกค่อนข้างต่ำครับ

ผลลัพธ์และข้อดี

👉 ข้อดีหลักของ VBeam สรุปได้ 3 ประการ คือ การจัดการหลอดเลือดเป้าหมายอย่างแม่นยำ, ความปลอดภัยต่อผิวชาวเอเชียตะวันออก และระยะเวลาทำหัตถการที่สั้นครับ

ประการแรก จัดการหลอดเลือดเป้าหมายได้อย่างแม่นยำ

ด้วยหลักการที่ความยาวคลื่น 595nm ดูดซับเข้าสู่ฮีโมโกลบินอย่างเฉพาะเจาะจง

จึงจัดการเฉพาะหลอดเลือดที่ขยายตัวโดยลดภาระต่อเนื้อเยื่อปกติรอบข้างให้เหลือน้อยที่สุดครับ

ประการต่อมา เป็นเทคโนโลยีที่ค่อนข้างปลอดภัยสำหรับผิวชาวเอเชียตะวันออก

เมื่อเทียบกับเลเซอร์หลอดเลือดความยาวคลื่นอื่น มีความสัมพันธ์กับเม็ดลานินต่ำกว่า ทำให้ความเสี่ยงต่อรอยดำหลังทำค่อนข้างต่ำ

และยังมีระบบทำความเย็น DCD Cryogen ที่ช่วยปกป้องผิวและลดความเจ็บปวดไปพร้อมกันครับ

ประการสุดท้าย ระยะเวลาทำหัตถการสั้น

1 เซสชันใช้เวลาประมาณ 15-30 นาที

จึงเป็นหัตถการที่รบกวนชีวิตประจำวันค่อนข้างน้อย และมีรายงานว่าสามารถเห็น

การเปลี่ยนแปลงที่ชัดเจนได้ภายใน 2-4 สัปดาห์ครับ

ไลน์อัพการรักษาอาการหน้าแดงที่ฮงแด

👉 ที่สาขาฮงแด เราให้บริการรักษาอาการหน้าแดงด้วย VBeam ทั้งแบบทำทั่วใบหน้าเดี่ยวๆ และโปรแกรมรักษาอาการหน้าแดง 5 ครั้งครับ

องค์ประกอบของโปรแกรมรักษาอาการหน้าแดง 5 ครั้ง

  • โปรแกรมรักษาอาการหน้าแดงเป็นการรวมกันของ VBeam ร่วมกับ Genesis Toning,

LDM Med-Tri Redness Mode และการกระตุ้นด้วยแสง LED เป็นขั้นตอนครับ

เป็นการผสมผสานระหว่างขั้นตอนที่จัดการกับหลอดเลือดที่ขยายตัว กับขั้นตอนที่ช่วยปลอบประโลมและฟื้นฟูผิว

เพื่อให้ได้ผลลัพธ์แบบหลายมิติครับ

เราจะร่วมกันพิจารณาโปรแกรมที่เหมาะสมกับระดับอาการหน้าแดงและลักษณะเฉพาะของคุณในการปรึกษาก่อนทำครับ

แนะนำสำหรับผู้ที่มีลักษณะดังนี้

ผู้ที่ปลายจมูกและแก้มแดงบ่อยครั้งและไม่ยอมหายแดง

  • ผู้ที่กังวลกับอาการหน้าแดงเรื้อรังที่แม้แต่การแต่งหน้าก็ปกปิดไม่ได้

  • ผู้ที่หน้าแดงง่ายเมื่อเปลี่ยนฤดูหรืออุณหภูมิเปลี่ยนแปลง

  • ผู้ที่มีรอยแดง (PIE) หลงเหลืออยู่จากสิวที่หายแล้ว

  • ผู้ที่ต้องการเห็นการเปลี่ยนแปลงผ่านการดูแลอย่างต่อเนื่องเป็นขั้นตอน

  • ผลข้างเคียงและสิ่งที่ควรทราบล่วงหน้า

👉 การรักษาอาการหน้าแดงที่ฮงแด ไม่ใช่การทำเพียงครั้งเดียวแล้วหลอดเลือดทั้งหมดจะหายไปทันที

แต่เป็นหัตถการที่ต้องทำต่อเนื่องเพื่อเห็นผลลัพธ์ที่ชัดเจนขึ้นเป็นลำดับครับ

หลังทำทันทีอาจมีรอยแดงชั่วคราว, อาการยิบๆ เล็กน้อย,

อาการบวมเล็กน้อย หรือรอยช้ำ (Purpura) เกิดขึ้นได้ครับ

รอยช้ำคือการเปลี่ยนแปลงคล้ายรอยฟกช้ำที่อาจเกิดขึ้นชั่วคราวจากการที่ฮีโมโกลบินในหลอดเลือดแข็งตัว

ซึ่งปกติจะจางหายไปเองภายใน 1-2 สัปดาห์ครับ

เนื่องจากหลอดเลือดที่ขยายตัวต้องใช้เวลาในการดูดซึมและกำจัดออก

จึงไม่ใช่ว่าทุกอย่างจะเปลี่ยนแปลงทันทีหลังทำครั้งเดียว

แต่จะค่อยๆ เห็นการเปลี่ยนแปลงที่ชัดเจนในช่วง 2-4 สัปดาห์ครับ

การขยายตัวของหลอดเลือดฝอยใหม่สามารถเกิดขึ้นได้อีกจากรังสียูวี, การเปลี่ยนแปลงของอุณหภูมิ และการระคายเคืองซ้ำๆ

ดังนั้นการทาครีมกันแดดและการดูแลผิวเพื่อลดการระคายเคืองหลังทำจึงมีผลต่อการคงผลลัพธ์ครับ

โปรดแจ้งให้เราทราบล่วงหน้าหากคุณอยู่ในกรณีดังต่อไปนี้

กำลังตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร

มีอาการเริมหรือการติดเชื้อรุนแรงบริเวณที่จะทำหัตถการ

  • เพิ่งรับประทานยาที่มีผลต่อความไวต่อแสงหรือยาไอโซเตรติโนอิน (Isotretinoin)

  • มีผิวประเภทคีลอยด์หรือเกิดแผลเป็นได้ง่าย

  • เพิ่งผ่านการทำหัตถการผลัดเซลล์ผิวหรือหัตถการพลังงานสูงบริเวณที่จะทำหัตถการ

  • ⚠️ ข้อควรระวังก่อนและหลังทำหัตถการ

  • 👉 VBeam เป็นหัตถการที่การดูแลทั้งก่อนและหลังทำมีผลต่อการฟื้นตัวและการคงผลลัพธ์ครับ

❓ คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

Q. ทำ VBeam ครั้งเดียวหน้าแดงจะหายไปเลยไหม?

เนื่องจากเป็นหัตถการที่ต้องใช้เวลาในการดูดซึมและกำจัดหลอดเลือดที่ขยายตัว

จึงเป็นเรื่องยากที่อาการหน้าแดงทั้งหมดจะหายไปทันทีหลังทำเพียงครั้งเดียวครับ

เรามักแนะนำโปรแกรมต่อเนื่อง 3 ครั้ง หรือ 5 ครั้ง ขึ้นอยู่กับระดับอาการหน้าแดงและการกระจายตัวของหลอดเลือด

และเราจะร่วมกันพิจารณาจำนวนครั้งที่เหมาะสมกับสภาพผิวของคุณในการปรึกษาก่อนทำครับ

Q. หลังทำจะมีรอยช้ำไหม?

หลังทำ VBeam อาจมีรอยช้ำที่เรียกว่า Purpura เกิดขึ้นได้ในบางรายครับ

เป็นอาการชั่วคราวที่เกิดจากการแข็งตัวของฮีโมโกลบินในหลอดเลือด

และปกติจะจางหายไปเองภายใน 1-2 สัปดาห์ครับ

ลักษณะอาการจะแตกต่างกันไปขึ้นอยู่กับความเข้มข้นของหัตถการและสภาพผิวของแต่ละบุคคลครับ

Q. VBeam ทั่วใบหน้า กับ โปรแกรมรักษาอาการหน้าแดง ต่างกันอย่างไร?

VBeam ทั่วใบหน้า เป็นการทำ VBeam เดี่ยวๆ ร่วมกับการทำ Cryo และมาสก์หน้า

ส่วนโปรแกรมรักษาอาการหน้าแดง 5 ครั้ง เป็นการผสมผสานระหว่างขั้นตอน VBeam กับ Genesis, LDM และ LED แบบหลายมิติครับ

หากต้องการดูแลทั้งอาการหน้าแดงเรื้อรังและการปลอบประโลมผิวไปพร้อมกัน เราแนะนำเป็นโปรแกรมครับ

Q. จะเห็นผลเมื่อไหร่?

แม้บางท่านอาจเห็นการเปลี่ยนแปลงบางอย่างหลังทำทันที แต่การเปลี่ยนแปลงที่ชัดเจนจะเกิดขึ้น

ในช่วง 2-4 สัปดาห์ที่หลอดเลือดที่แข็งตัวถูกดูดซึมไปครับ

เป็นการเห็นผลลัพธ์ที่ค่อยเป็นค่อยไปผ่านการทำโปรแกรมต่อเนื่องครับ

Q. เจ็บมากไหม?

อาจรู้สึกยิบๆ สั้นๆ ในระหว่างทำครับ

VBeam เป็นเทคโนโลยีที่มาพร้อมกับระบบทำความเย็น DCD Cryogen

ซึ่งจะช่วยส่งผ่านความเย็นไปยังบริเวณที่ทำเพื่อลดความเจ็บปวดครับ

Q. หลังทำสามารถแต่งหน้าได้เมื่อไหร่?

ในวันที่ทำหัตถการ ผิวบริเวณที่ทำยังมีความระคายเคืองเล็กน้อย

จึงแนะนำให้แต่งหน้าอ่อนๆ และเริ่มแต่งหน้าเต็มรูปแบบได้ในวันถัดไปครับ

หากมีรอยช้ำ แนะนำให้ใช้ผลิตภัณฑ์ที่อ่อนโยนและแต่งหน้าเบาๆ จนกว่ารอยจะจางลงครับ

Q. หลังทำอาการหน้าแดงจะกลับมาอีกไหม?

หลอดเลือดที่ได้รับการรักษาจะถูกดูดซึมไป แต่การขยายตัวของหลอดเลือดฝอยใหม่

สามารถเกิดขึ้นได้อีกจากปัจจัยอย่างรังสียูวี, การเปลี่ยนแปลงของอุณหภูมิ และการระคายเคืองซ้ำๆ ครับ

การทาครีมกันแดดและการดูแลผิวเพื่อลดการระคายเคืองหลังทำจึงมีผลต่อการคงผลลัพธ์ครับ

อาการหน้าแดงเรื้อรังไม่ใช่แค่ผิวบอบบางธรรมดา

แต่เป็นการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างที่หลอดเลือดฝอยขยายตัวแล้วไม่กลับคืนสู่สภาพเดิมครับ

เป็นการเปลี่ยนแปลงหลายระดับที่ผนังหลอดเลือดอ่อนแอลงจากการสะสมของรังสียูวี, การเปลี่ยนแปลงของอุณหภูมิ และการระคายเคืองซ้ำๆ

จึงมีข้อจำกัดที่การดูแลเพียงแค่ผิวชั้นนอกไม่สามารถเข้าถึงสภาพหลอดเลือดที่ฝังลึกอยู่ได้ครับ

การรักษาอาการหน้าแดงที่ฮงแด ใช้เลเซอร์ VBeam 595nm Pulsed Dye Laser จากบริษัท Candela ประเทศสหรัฐอเมริกา

ซึ่งจัดการกับหลอดเลือดฝอยที่ขยายตัวอย่างแม่นยำด้วยหลักการ Selective Photothermolysis

ที่ดูดซับเข้าสู่ฮีโมโกลบินในหลอดเลือดอย่างเฉพาะเจาะจงครับ

ที่สาขาฮงแด นอกจากบริการ VBeam ทั่วใบหน้าแล้ว

เรายังมีโปรแกรมรักษาอาการหน้าแดง 5 ครั้ง ที่รวม VBeam เข้ากับ Genesis, LDM Med-Tri Redness Mode และ LED

เพื่อให้คุณได้รับการดูแลอย่างต่อเนื่องเป็นขั้นตอนครับ

เราจะตรวจสอบโปรแกรมที่เหมาะสมกับระดับอาการหน้าแดงและลักษณะเฉพาะของคุณให้โดยตรงในระหว่างการปรึกษาครับ

หากคุณกังวลกับอาการหน้าแดงเรื้อรังที่ปลายจมูกและแก้มที่ไม่ยอมหายไป

เชิญแวะมาที่ Cleor Clinic สาขาฮงแด ได้โดยไม่ต้องกังวลครับ

แม้จะยังไม่ได้ตัดสินใจทำหัตถการ คุณก็สามารถเข้ามาปรึกษาเพื่อรับคำแนะนำเกี่ยวกับสภาพผิวและ

แนวทางการดูแลที่เหมาะสมกับคุณได้อย่างละเอียดครับ

※ เนื้อหานี้จัดทำขึ้นเพื่อเป็นข้อมูลทั่วไปเท่านั้น ผลลัพธ์อาจแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล

โปรดตัดสินใจรับการวินิจฉัยและการทำหัตถการที่แม่นยำผ่านการปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ

어울리는 케어 방향을 자세히 안내해 드리겠습니다.

※ 본 내용은 일반적인 정보 제공을 위한 글이며, 개인에 따라 결과는 달라질 수 있습니다.

정확한 진단과 시술 여부는 전문의 상담을 통해 결정하시기 바랍니다.