
สวัสดีครับ
ผมคุณหมอคิมดงยอง จาก Cleor Clinic สาขาฮงแดครับ
เคยไหมครับที่แม้จะแต่งหน้าอย่างพิถีพิถัน แต่ปลายจมูกและแก้มทั้งสองข้างกลับแดงบ่อยครั้ง
และรู้สึกกังวลกับอาการหน้าแดงเรื้อรังที่ไม่ยอมหายไปสักที?
"เวลาเปลี่ยนฤดูหรือหลังออกกำลังกาย หน้าจะแดงง่ายและไม่ยอมหายแดงสักที
เวลาถ่ายรูปก็กังวลเพราะรอยแดงบนใบหน้าเห็นชัดมาก"
อาการหน้าแดงเรื้อรังไม่ใช่แค่เรื่องของผิวบอบบางเท่านั้น
แต่เป็นการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างที่หลอดเลือดฝอยขยายตัวแล้วไม่กลับคืนสู่สภาพเดิมครับ
เมื่อรังสียูวี การเปลี่ยนแปลงของอุณหภูมิ และการระคายเคืองซ้ำๆ สะสมมากขึ้น ผนังหลอดเลือดจะอ่อนแอลง
ทำให้หลอดเลือดฝอยขยายตัวค้างอยู่ในสภาพนั้น
และสร้างสภาพแวดล้อมที่ทำให้เห็นรอยแดงบนผิวหน้าชัดเจนขึ้นครับ
ในบรรดาวิธีการรักษาที่มุ่งเน้นจัดการกับหลอดเลือดที่ขยายตัวเหล่านี้
เราเลือกใช้เลเซอร์ VBeam ที่มีความยาวคลื่น 595nm ซึ่งจะดูดซับเข้าสู่ฮีโมโกลบินในหลอดเลือดได้อย่างเฉพาะเจาะจงครับ
วันนี้ผมจะมาสรุปหลักการทำงานของ VBeam
รวมถึงรายละเอียดการให้บริการ VBeam ทั่วใบหน้าและโปรแกรมรักษาอาการหน้าแดงให้ทราบกันครับ
การรักษาอาการหน้าแดงที่ฮงแดคืออะไร

👉 การรักษาอาการหน้าแดงที่ฮงแด คือการใช้เลเซอร์ VBeam (VBeam) 595nm Pulsed Dye Laser (PDL) จากบริษัท Candela (Solta Medical) ประเทศสหรัฐอเมริกา
ซึ่งเป็นหัตถการที่จัดการกับหลอดเลือดฝอยที่ขยายตัวด้วยหลักการ Selective Photothermolysis ที่จะดูดซับเข้าสู่ฮีโมโกลบินในหลอดเลือดอย่างเฉพาะเจาะจงครับ
VBeam เป็นอุปกรณ์ชั้นนำในกลุ่ม Pulsed Dye Laser (PDL)
เนื่องจากความยาวคลื่น 595nm เป็นช่วงที่มีอัตราการดูดซับสูงมากในออกซิเจนฮีโมโกลบิน
เมื่อฮีโมโกลบินในหลอดเลือดดูดซับพลังงานแสงจะเปลี่ยนเป็นความร้อน
ทำให้ผนังหลอดเลือดเกิดการแข็งตัวและหดตัว และเมื่อเวลาผ่านไป ร่างกายจะทำการ
ดูดซึมและกำจัดออกไปตามกลไกธรรมชาติครับ
เนื่องจากเป็นวิธีที่มุ่งเน้นจัดการเฉพาะหลอดเลือดที่เป็นเป้าหมายอย่างแม่นยำและลดความเสียหายต่อเนื้อเยื่อปกติรอบข้างให้เหลือน้อยที่สุด
จึงถือเป็นมาตรฐานในการดูแลอาการหน้าแดงและหลอดเลือดฝอยขยายตัวครับ
คุณสมบัติทางเทคนิคของเลเซอร์ VBeam
👉 VBeam เป็นเทคโนโลยีที่มีคุณสมบัติหลัก 4 ประการ ได้แก่ ความยาวคลื่นเดี่ยว 595nm, หลักการ Selective Photothermolysis, ระบบทำความเย็น DCD Cryogen
และมีความปลอดภัยสำหรับผิวชาวเอเชียตะวันออกครับ
ความยาวคลื่นเดี่ยว 595nm
595nm เป็นช่วงความยาวคลื่นที่มีอัตราการดูดซับสูงมากในออกซิเจนฮีโมโกลบิน
เมื่อฮีโมโกลบินในหลอดเลือดดูดซับความยาวคลื่นนี้อย่างเฉพาะเจาะจง
จึงทำให้พลังงานถูกส่งไปยังหลอดเลือดเป้าหมายได้อย่างแม่นยำครับ
หลักการ Selective Photothermolysis
เมื่อฮีโมโกลบินในหลอดเลือดฝอยที่ขยายตัวดูดซับพลังงานแสง
จะเปลี่ยนเป็นความร้อนทำให้ผนังหลอดเลือดแข็งตัวและหดตัว
หลังจากนั้นเมื่อเวลาผ่านไป หลอดเลือดที่แข็งตัวจะถูกร่างกายดูดซึมและหายไปตามธรรมชาติ
ทำให้รอยแดงบนผิวหน้าค่อยๆ จางลงครับ
ระบบทำความเย็น DCD Cryogen
VBeam เป็นเทคโนโลยีที่มาพร้อมกับระบบ DCD (Dynamic Cooling Device) Cryogen
ซึ่งจะพ่นความเย็นออกมาในระหว่างทำหัตถการ
ช่วยส่งผ่านความเย็นไปยังชั้นผิวหนังกำพร้าเพื่อลดความเจ็บปวดระหว่างทำ
และเป็นระบบความปลอดภัยที่ช่วยลดโอกาสเกิดความเสียหายต่อผิวหนังกำพร้าให้เหลือน้อยที่สุดครับ
ความปลอดภัยสำหรับผิวชาวเอเชียตะวันออก
ความยาวคลื่น 595nm มีความสัมพันธ์กับเม็ดลานินค่อนข้างต่ำ
เมื่อเทียบกับเลเซอร์หลอดเลือดชนิดอื่นอย่าง KTP 532nm จะมีการดูดซับเม็ดลานินน้อยกว่า
จึงถือเป็นเทคโนโลยีที่มีความเสี่ยงต่อการเกิดรอยดำหลังการอักเสบ (PIH) ในผิวชาวเอเชียตะวันออกค่อนข้างต่ำครับ
ผลลัพธ์และข้อดี

👉 ข้อดีหลักของ VBeam สรุปได้ 3 ประการ คือ การจัดการหลอดเลือดเป้าหมายอย่างแม่นยำ, ความปลอดภัยต่อผิวชาวเอเชียตะวันออก และระยะเวลาทำหัตถการที่สั้นครับ
ประการแรก จัดการหลอดเลือดเป้าหมายได้อย่างแม่นยำ
ด้วยหลักการที่ความยาวคลื่น 595nm ดูดซับเข้าสู่ฮีโมโกลบินอย่างเฉพาะเจาะจง
จึงจัดการเฉพาะหลอดเลือดที่ขยายตัวโดยลดภาระต่อเนื้อเยื่อปกติรอบข้างให้เหลือน้อยที่สุดครับ
ประการต่อมา เป็นเทคโนโลยีที่ค่อนข้างปลอดภัยสำหรับผิวชาวเอเชียตะวันออก
เมื่อเทียบกับเลเซอร์หลอดเลือดความยาวคลื่นอื่น มีความสัมพันธ์กับเม็ดลานินต่ำกว่า ทำให้ความเสี่ยงต่อรอยดำหลังทำค่อนข้างต่ำ
และยังมีระบบทำความเย็น DCD Cryogen ที่ช่วยปกป้องผิวและลดความเจ็บปวดไปพร้อมกันครับ
ประการสุดท้าย ระยะเวลาทำหัตถการสั้น
1 เซสชันใช้เวลาประมาณ 15-30 นาที
จึงเป็นหัตถการที่รบกวนชีวิตประจำวันค่อนข้างน้อย และมีรายงานว่าสามารถเห็น
การเปลี่ยนแปลงที่ชัดเจนได้ภายใน 2-4 สัปดาห์ครับ
ไลน์อัพการรักษาอาการหน้าแดงที่ฮงแด
👉 ที่สาขาฮงแด เราให้บริการรักษาอาการหน้าแดงด้วย VBeam ทั้งแบบทำทั่วใบหน้าเดี่ยวๆ และโปรแกรมรักษาอาการหน้าแดง 5 ครั้งครับ
องค์ประกอบของโปรแกรมรักษาอาการหน้าแดง 5 ครั้ง

โปรแกรมรักษาอาการหน้าแดงเป็นการรวมกันของ VBeam ร่วมกับ Genesis Toning,

LDM Med-Tri Redness Mode และการกระตุ้นด้วยแสง LED เป็นขั้นตอนครับ
เป็นการผสมผสานระหว่างขั้นตอนที่จัดการกับหลอดเลือดที่ขยายตัว กับขั้นตอนที่ช่วยปลอบประโลมและฟื้นฟูผิว
เพื่อให้ได้ผลลัพธ์แบบหลายมิติครับ
เราจะร่วมกันพิจารณาโปรแกรมที่เหมาะสมกับระดับอาการหน้าแดงและลักษณะเฉพาะของคุณในการปรึกษาก่อนทำครับ
แนะนำสำหรับผู้ที่มีลักษณะดังนี้
ผู้ที่ปลายจมูกและแก้มแดงบ่อยครั้งและไม่ยอมหายแดง
ผู้ที่กังวลกับอาการหน้าแดงเรื้อรังที่แม้แต่การแต่งหน้าก็ปกปิดไม่ได้
ผู้ที่หน้าแดงง่ายเมื่อเปลี่ยนฤดูหรืออุณหภูมิเปลี่ยนแปลง
ผู้ที่มีรอยแดง (PIE) หลงเหลืออยู่จากสิวที่หายแล้ว
ผู้ที่ต้องการเห็นการเปลี่ยนแปลงผ่านการดูแลอย่างต่อเนื่องเป็นขั้นตอน
ผลข้างเคียงและสิ่งที่ควรทราบล่วงหน้า
👉 การรักษาอาการหน้าแดงที่ฮงแด ไม่ใช่การทำเพียงครั้งเดียวแล้วหลอดเลือดทั้งหมดจะหายไปทันที
แต่เป็นหัตถการที่ต้องทำต่อเนื่องเพื่อเห็นผลลัพธ์ที่ชัดเจนขึ้นเป็นลำดับครับ
หลังทำทันทีอาจมีรอยแดงชั่วคราว, อาการยิบๆ เล็กน้อย,
อาการบวมเล็กน้อย หรือรอยช้ำ (Purpura) เกิดขึ้นได้ครับ
รอยช้ำคือการเปลี่ยนแปลงคล้ายรอยฟกช้ำที่อาจเกิดขึ้นชั่วคราวจากการที่ฮีโมโกลบินในหลอดเลือดแข็งตัว
ซึ่งปกติจะจางหายไปเองภายใน 1-2 สัปดาห์ครับ
เนื่องจากหลอดเลือดที่ขยายตัวต้องใช้เวลาในการดูดซึมและกำจัดออก
จึงไม่ใช่ว่าทุกอย่างจะเปลี่ยนแปลงทันทีหลังทำครั้งเดียว
แต่จะค่อยๆ เห็นการเปลี่ยนแปลงที่ชัดเจนในช่วง 2-4 สัปดาห์ครับ
การขยายตัวของหลอดเลือดฝอยใหม่สามารถเกิดขึ้นได้อีกจากรังสียูวี, การเปลี่ยนแปลงของอุณหภูมิ และการระคายเคืองซ้ำๆ
ดังนั้นการทาครีมกันแดดและการดูแลผิวเพื่อลดการระคายเคืองหลังทำจึงมีผลต่อการคงผลลัพธ์ครับ
โปรดแจ้งให้เราทราบล่วงหน้าหากคุณอยู่ในกรณีดังต่อไปนี้
กำลังตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร
มีอาการเริมหรือการติดเชื้อรุนแรงบริเวณที่จะทำหัตถการ
เพิ่งรับประทานยาที่มีผลต่อความไวต่อแสงหรือยาไอโซเตรติโนอิน (Isotretinoin)
มีผิวประเภทคีลอยด์หรือเกิดแผลเป็นได้ง่าย
เพิ่งผ่านการทำหัตถการผลัดเซลล์ผิวหรือหัตถการพลังงานสูงบริเวณที่จะทำหัตถการ
⚠️ ข้อควรระวังก่อนและหลังทำหัตถการ
👉 VBeam เป็นหัตถการที่การดูแลทั้งก่อนและหลังทำมีผลต่อการฟื้นตัวและการคงผลลัพธ์ครับ
❓ คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
Q. ทำ VBeam ครั้งเดียวหน้าแดงจะหายไปเลยไหม?

เนื่องจากเป็นหัตถการที่ต้องใช้เวลาในการดูดซึมและกำจัดหลอดเลือดที่ขยายตัว
จึงเป็นเรื่องยากที่อาการหน้าแดงทั้งหมดจะหายไปทันทีหลังทำเพียงครั้งเดียวครับ
เรามักแนะนำโปรแกรมต่อเนื่อง 3 ครั้ง หรือ 5 ครั้ง ขึ้นอยู่กับระดับอาการหน้าแดงและการกระจายตัวของหลอดเลือด
และเราจะร่วมกันพิจารณาจำนวนครั้งที่เหมาะสมกับสภาพผิวของคุณในการปรึกษาก่อนทำครับ
Q. หลังทำจะมีรอยช้ำไหม?
หลังทำ VBeam อาจมีรอยช้ำที่เรียกว่า Purpura เกิดขึ้นได้ในบางรายครับ
เป็นอาการชั่วคราวที่เกิดจากการแข็งตัวของฮีโมโกลบินในหลอดเลือด
และปกติจะจางหายไปเองภายใน 1-2 สัปดาห์ครับ
ลักษณะอาการจะแตกต่างกันไปขึ้นอยู่กับความเข้มข้นของหัตถการและสภาพผิวของแต่ละบุคคลครับ
Q. VBeam ทั่วใบหน้า กับ โปรแกรมรักษาอาการหน้าแดง ต่างกันอย่างไร?
VBeam ทั่วใบหน้า เป็นการทำ VBeam เดี่ยวๆ ร่วมกับการทำ Cryo และมาสก์หน้า
ส่วนโปรแกรมรักษาอาการหน้าแดง 5 ครั้ง เป็นการผสมผสานระหว่างขั้นตอน VBeam กับ Genesis, LDM และ LED แบบหลายมิติครับ
หากต้องการดูแลทั้งอาการหน้าแดงเรื้อรังและการปลอบประโลมผิวไปพร้อมกัน เราแนะนำเป็นโปรแกรมครับ
Q. จะเห็นผลเมื่อไหร่?
แม้บางท่านอาจเห็นการเปลี่ยนแปลงบางอย่างหลังทำทันที แต่การเปลี่ยนแปลงที่ชัดเจนจะเกิดขึ้น
ในช่วง 2-4 สัปดาห์ที่หลอดเลือดที่แข็งตัวถูกดูดซึมไปครับ
เป็นการเห็นผลลัพธ์ที่ค่อยเป็นค่อยไปผ่านการทำโปรแกรมต่อเนื่องครับ
Q. เจ็บมากไหม?
อาจรู้สึกยิบๆ สั้นๆ ในระหว่างทำครับ
VBeam เป็นเทคโนโลยีที่มาพร้อมกับระบบทำความเย็น DCD Cryogen
ซึ่งจะช่วยส่งผ่านความเย็นไปยังบริเวณที่ทำเพื่อลดความเจ็บปวดครับ
Q. หลังทำสามารถแต่งหน้าได้เมื่อไหร่?
ในวันที่ทำหัตถการ ผิวบริเวณที่ทำยังมีความระคายเคืองเล็กน้อย
จึงแนะนำให้แต่งหน้าอ่อนๆ และเริ่มแต่งหน้าเต็มรูปแบบได้ในวันถัดไปครับ
หากมีรอยช้ำ แนะนำให้ใช้ผลิตภัณฑ์ที่อ่อนโยนและแต่งหน้าเบาๆ จนกว่ารอยจะจางลงครับ
Q. หลังทำอาการหน้าแดงจะกลับมาอีกไหม?
หลอดเลือดที่ได้รับการรักษาจะถูกดูดซึมไป แต่การขยายตัวของหลอดเลือดฝอยใหม่
สามารถเกิดขึ้นได้อีกจากปัจจัยอย่างรังสียูวี, การเปลี่ยนแปลงของอุณหภูมิ และการระคายเคืองซ้ำๆ ครับ
การทาครีมกันแดดและการดูแลผิวเพื่อลดการระคายเคืองหลังทำจึงมีผลต่อการคงผลลัพธ์ครับ
อาการหน้าแดงเรื้อรังไม่ใช่แค่ผิวบอบบางธรรมดา
แต่เป็นการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างที่หลอดเลือดฝอยขยายตัวแล้วไม่กลับคืนสู่สภาพเดิมครับ
เป็นการเปลี่ยนแปลงหลายระดับที่ผนังหลอดเลือดอ่อนแอลงจากการสะสมของรังสียูวี, การเปลี่ยนแปลงของอุณหภูมิ และการระคายเคืองซ้ำๆ

จึงมีข้อจำกัดที่การดูแลเพียงแค่ผิวชั้นนอกไม่สามารถเข้าถึงสภาพหลอดเลือดที่ฝังลึกอยู่ได้ครับ
การรักษาอาการหน้าแดงที่ฮงแด ใช้เลเซอร์ VBeam 595nm Pulsed Dye Laser จากบริษัท Candela ประเทศสหรัฐอเมริกา
ซึ่งจัดการกับหลอดเลือดฝอยที่ขยายตัวอย่างแม่นยำด้วยหลักการ Selective Photothermolysis
ที่ดูดซับเข้าสู่ฮีโมโกลบินในหลอดเลือดอย่างเฉพาะเจาะจงครับ
ที่สาขาฮงแด นอกจากบริการ VBeam ทั่วใบหน้าแล้ว
เรายังมีโปรแกรมรักษาอาการหน้าแดง 5 ครั้ง ที่รวม VBeam เข้ากับ Genesis, LDM Med-Tri Redness Mode และ LED
เพื่อให้คุณได้รับการดูแลอย่างต่อเนื่องเป็นขั้นตอนครับ
เราจะตรวจสอบโปรแกรมที่เหมาะสมกับระดับอาการหน้าแดงและลักษณะเฉพาะของคุณให้โดยตรงในระหว่างการปรึกษาครับ
หากคุณกังวลกับอาการหน้าแดงเรื้อรังที่ปลายจมูกและแก้มที่ไม่ยอมหายไป
เชิญแวะมาที่ Cleor Clinic สาขาฮงแด ได้โดยไม่ต้องกังวลครับ
แม้จะยังไม่ได้ตัดสินใจทำหัตถการ คุณก็สามารถเข้ามาปรึกษาเพื่อรับคำแนะนำเกี่ยวกับสภาพผิวและ
แนวทางการดูแลที่เหมาะสมกับคุณได้อย่างละเอียดครับ
※ เนื้อหานี้จัดทำขึ้นเพื่อเป็นข้อมูลทั่วไปเท่านั้น ผลลัพธ์อาจแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล
โปรดตัดสินใจรับการวินิจฉัยและการทำหัตถการที่แม่นยำผ่านการปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ
어울리는 케어 방향을 자세히 안내해 드리겠습니다.
※ 본 내용은 일반적인 정보 제공을 위한 글이며, 개인에 따라 결과는 달라질 수 있습니다.
정확한 진단과 시술 여부는 전문의 상담을 통해 결정하시기 바랍니다.
