
สวัสดีครับ
ผมคุณหมอคิมดงยอง จาก Cleor Clinic สาขาฮงแดครับ
ผมเข้าใจดีครับว่าทุกคนทราบว่าการทำหัตถการยกกระชับนั้นจำเป็น
แต่ด้วยชื่อและหลักการทำงานที่มีมากมาย ทั้ง Ulthera, Thermage, InMode ไปจนถึง Titanium
คุณเคยรู้สึกตัดสินใจไม่ได้ไหมครับว่าจะเลือกแบบไหนดี?
"เคยลองหาข้อมูลเรื่องการทำหัตถการยกกระชับจากหลายๆ ที่แล้ว
แต่ละคลินิกก็แนะนำไม่เหมือนกัน แถมคำอธิบายข้อดีข้อเสียก็ต่างกันอีก
อยากจะสรุปเกณฑ์การตัดสินใจก่อนว่า การยกกระชับแบบไหนที่เหมาะกับสภาพผิวของฉัน"
ผมได้รับคำถามแบบนี้บ่อยมากในห้องตรวจครับ
หัตถการยกกระชับแม้จะมีชื่อเรียกเหมือนกัน แต่มีวิธีการทำงานที่ต่างกัน
จึงเป็นหมวดหมู่ที่ผลลัพธ์และกลุ่มคนที่เหมาะสมนั้นแตกต่างกันโดยสิ้นเชิงครับ
ไม่ใช่ว่าราคาแพงที่สุดจะดีที่สุดเสมอไป
และไม่ใช่ว่าสิ่งที่กำลังโด่งดังจะเหมาะกับผิวของคุณเสมอไปเช่นกัน
แทนที่จะพยายามจำหลักการของหัตถการแต่ละชื่อ
การสรุปเกณฑ์การตัดสินใจเพียงไม่กี่ข้อถือเป็นแนวทางที่ใช้งานได้จริงมากกว่าครับ
วันนี้สำหรับผู้ที่กำลังเริ่มศึกษาเรื่องหัตถการยกกระชับ
ผมจะสรุปเกณฑ์การตัดสินใจ 4 ข้อให้ครับ
และจะชี้ให้เห็นว่า Laser Lifting ที่สาขาฮงแดนั้นถูกเลือกใช้ในกรณีใดบ้าง
เกณฑ์การตัดสินใจทำหัตถการยกกระชับ ข้อที่ 1 - ระดับความหย่อนคล้อย

👉 หมวดหมู่การยกกระชับที่เหมาะสมจะเปลี่ยนไปตามระดับความหย่อนคล้อย โดยในแต่ละระยะ ทั้งระยะเริ่มต้น ระยะกลาง และระยะที่หย่อนคล้อยชัดเจน จะมีแนวทางการดูแลที่แตกต่างกันครับ
ความหย่อนคล้อยระยะเริ่มต้น (ช่วงอายุ 30 ต้นๆ ถึงกลาง)
เป็นช่วงที่เมื่อส่องกระจกแล้ว ปริมาตรใบหน้ายังคงอยู่ดี แต่เริ่มกังวลเรื่องสภาพผิวและความยืดหยุ่นที่ลดลงเล็กน้อย
ในช่วงนี้ วิธีที่เหมาะสมคือการดูแลที่ปรับสภาพผิวโดยรวมและโทนสีผิว มากกว่าการกระตุ้นชั้นลึกที่รุนแรง
นี่คือเหตุผลที่ Laser Lifting มักถูกเลือกในขั้นตอนนี้
และตัวเลือกอย่าง Titanium ที่ช่วยทั้งเรื่องความกระจ่างใสและความกระชับนั้นถือว่าเหมาะสมครับ
ความหย่อนคล้อยระยะกลาง (ช่วงอายุ 30 ปลายๆ ถึง 40)
เป็นช่วงที่ปริมาตรใบหน้าเริ่มเคลื่อนตัวลงด้านล่างเล็กน้อย
และเริ่มเห็นร่องแก้มหรือเหนียงชัดขึ้นในช่วงเริ่มต้น
ในช่วงนี้ แนวทางการดูแลที่เน้นการสร้างคอลลาเจนในชั้นหนังแท้ควบคู่ไปกับการกระตุ้นผิวชั้นบนจะได้ผลดีครับ
มักจะพิจารณาทำ Laser Lifting เพียงอย่างเดียว หรือทำร่วมกับ High-frequency Lifting
ความหย่อนคล้อยระยะชัดเจน (ช่วงอายุ 40 ปลายๆ ขึ้นไป)
เป็นช่วงที่ชั้นพังผืด SMAS หย่อนคล้อยลง ทำให้โครงหน้าโดยรวมตกลงมา
ในขั้นตอนนี้ จำเป็นต้องมีการกระตุ้นชั้นพังผืดลึก
จึงมักเลือก HIFU Ultrasound Lifting เช่น Ulthera หรือ Shurink เป็นอันดับแรก
แม้ Laser Lifting อาจไม่เพียงพอหากทำเดี่ยวๆ
แต่ก็มักถูกพิจารณาทำร่วมด้วยเพื่อเป็นหัตถการเสริมในการปรับโทนสีและสภาพผิวหลังทำ Ultrasound Lifting ครับ
เกณฑ์การตัดสินใจทำหัตถการยกกระชับ ข้อที่ 2 - ความหนาของผิว
👉 ความหนาของผิวเป็นปัจจัยที่มีผลต่อการเลือกหัตถการยกกระชับอย่างมาก โดยผิวบาง ผิวความหนาปานกลาง และผิวหนา จะมีวิธีที่เหมาะสมแตกต่างกันไปครับ
ผิวบาง
ผิวที่ขาดคอลลาเจนและบางจนเห็นเส้นเลือดใต้ผิวหนัง
อาจไม่เหมาะกับการได้รับความร้อนที่รุนแรง
เนื่องจากความร้อนสูงจาก High-frequency Lifting เช่น Thermage หรือการกระตุ้นชั้นลึกจาก HIFU อาจทำให้เกิดการระคายเคืองได้ง่าย
จึงมักเลือก Laser Lifting ที่มีระบบทำความเย็นที่ผิวชั้นบนทำงานควบคู่ไปด้วยครับ
ผิวความหนาปานกลาง
เป็นสภาพผิวที่มีตัวเลือกในการยกกระชับกว้างที่สุด
สามารถพิจารณาได้ทั้ง Ultrasound, High-frequency และ Laser
โดยจะตัดสินใจตามระดับความหย่อนคล้อยและความกังวลอื่นๆ ร่วมด้วยครับ
ผิวหนา
เป็นสภาพผิวที่มีชั้นไขมันหนาและผิวมีความแข็งแรง
จึงอยู่ในสภาวะที่ต้องการการกระตุ้นชั้นลึกที่รุนแรง
ในกรณีนี้จะพิจารณา HIFU Ultrasound Lifting เป็นอันดับแรก
และใช้ Laser Lifting เป็นตัวเสริมเพื่อปรับปรุงโทนสีผิวครับ
เกณฑ์การตัดสินใจทำหัตถการยกกระชับ ข้อที่ 3 - ความกังวลอื่นๆ ที่มีร่วมด้วย
👉 หากมีความกังวลเรื่องผิวอื่นๆ นอกเหนือจากความหย่อนคล้อย การเลือกหัตถการที่สามารถดูแลปัญหาเหล่านั้นไปพร้อมกันได้จะช่วยเพิ่มความพึงพอใจในผลลัพธ์ครับ

กรณีที่กังวลเรื่องโทนสีผิวและจุดด่างดำร่วมด้วย
หากมีปัญหาฝ้า กระ หรือสีผิวหมองคล้ำ Laser Lifting จะได้ผลดีครับ
เพราะความยาวคลื่น 755nm ของ Titanium Laser จะตอบสนองต่อเม็ดสี
ทำให้ได้ผลลัพธ์เรื่องความกระจ่างใสควบคู่ไปกับการยกกระชับ
ส่วน Ultrasound และ High-frequency Lifting นั้นไม่สามารถแก้ไขปัญหาเม็ดสีได้ จึงจำเป็นต้องทำหัตถการแยกต่างหากครับ
กรณีที่กังวลเรื่องรูขุมขนและริ้วรอยเล็กๆ ร่วมด้วย
หากมีปัญหารูขุมขนกว้างและริ้วรอยตื้นๆ วิธีที่กระตุ้นชั้นหนังแท้ได้ดีจะเหมาะสมครับ
มักเลือก High-frequency Lifting เช่น Thermage หรือ Microneedle RF เช่น Potenza
และ Laser Lifting ก็มีผลช่วยปรับสภาพผิวชั้นบน จึงมักถูกพิจารณาทำร่วมกันครับ
กรณีที่ต้องการปรับรูปหน้า V-line และลดเหนียงเป็นหลัก
หากเป้าหมายคือการปรับกรอบหน้าส่วนล่าง
Ultrasound Lifting ที่เข้าถึงชั้นพังผืดจะได้ผลดีครับ
ความยาวคลื่น 1064nm ของ Laser Lifting ก็สามารถเข้าถึงไขมันชั้นลึกและพังผืดได้เช่นกัน
จึงถูกนำมาใช้ร่วมในการปรับรูปหน้า V-line ครับ
กรณีที่กังวลเรื่องรอยแผลเป็นจากสิวและผิวไม่เรียบเนียนร่วมด้วย
หากต้องการดูแลรอยแผลเป็นควบคู่ไปกับการยกกระชับ
Microneedle RF เช่น Potenza จะถูกพิจารณาเป็นอันดับแรกครับ
Laser Lifting แม้จะช่วยปรับสภาพผิวชั้นบนได้ดี แต่การเข้าถึงรอยแผลเป็นลึกนั้นมีข้อจำกัดครับ
เกณฑ์การตัดสินใจทำหัตถการยกกระชับ ข้อที่ 4 - ระยะเวลาพักฟื้น (Downtime)
👉 ระยะเวลาพักฟื้นเป็นปัจจัยสำคัญที่มักถูกมองข้าม แต่มีผลต่อการเลือกหัตถการอย่างมากครับ
ไม่มีเวลาพักฟื้น (ต้องการกลับไปใช้ชีวิตประจำวันได้ทันที)
หากกังวลเรื่องรอยแดงหรืออาการบวมที่อาจคงอยู่หลายวัน ควรเลือกวิธีที่มีระยะพักฟื้นสั้นครับ
Laser Lifting มีระบบ Sapphire Cooling ที่ช่วยลดการระคายเคืองผิวชั้นบน
ทำให้รอยแดงหายไปภายในไม่กี่ชั่วโมง และไม่กระทบต่อการใช้ชีวิตประจำวันในวันถัดไปครับ
มีกำหนดการสำคัญ (มีเวลาเตรียมตัว 1-2 สัปดาห์)
หากมีกำหนดการสำคัญ เช่น งานแต่งงาน การนำเสนองาน หรือการถ่ายภาพ
วิธีที่เห็นผลเร็วและมีระยะพักฟื้นสั้นจะเหมาะสมที่สุดครับ
Laser Lifting ช่วยให้ใบหน้าดูเรียบเนียนขึ้นทันทีหลังทำ
จึงมักถูกเลือกทำก่อนวันงาน 2-4 สัปดาห์ครับ
มีเวลาพักฟื้น (2 สัปดาห์ขึ้นไป)
หากคุณมีเวลาและไม่กังวลหากใบหน้าจะมีอาการบวมเล็กน้อยหลังทำ
Ultrasound หรือ High-frequency Lifting ที่มีการกระตุ้นชั้นลึกรุนแรงก็เป็นตัวเลือกที่น่าสนใจครับ
หากรอได้ 2-3 เดือนเพื่อให้คอลลาเจนฟื้นฟูเต็มที่
คุณจะได้รับผลลัพธ์การยกกระชับในชั้นลึกที่ชัดเจนครับ
การเลือกหัตถการยกกระชับตามกรณีต่างๆ
👉 ผมจะสรุปให้เห็นภาพว่าในห้องตรวจจริง มักจะเลือกหัตถการแบบไหนให้คนไข้แต่ละกลุ่มครับ
กรณีที่ 1 - อายุ 30 ปลายๆ, ไวต่อความเจ็บ, กังวลเรื่องโทนสีผิว
ความหย่อนคล้อยอยู่ในระยะเริ่มต้นถึงกลาง และต้องการปรับโทนสีผิวโดยไม่อยากเจ็บ
→ เลือก Laser Lifting (Titanium) เพียงอย่างเดียว
→ ความยาวคลื่น 3 ระดับช่วยดูแลทั้งการยกกระชับ โทนสี และสภาพผิว ได้อย่างครบถ้วนโดยไม่ต้องกังวลเรื่องความเจ็บ
กรณีที่ 2 - อายุ 40 กลางๆ, ความหย่อนคล้อยระยะกลาง, มีริ้วรอยเล็กๆ
ปริมาตรใบหน้าเริ่มตกลงและมีริ้วรอยเล็กๆ ปรากฏขึ้น
→ เลือกทำ High-frequency Lifting (Thermage, InMode) + Laser Lifting
→ ดูแลทั้งการกระตุ้นคอลลาเจนในชั้นหนังแท้และการปรับสภาพผิวชั้นบน
กรณีที่ 3 - อายุ 40 ปลายๆ, ความหย่อนคล้อยชัดเจน, พังผืด SMAS หย่อน
โครงหน้าโดยรวมตกลงมาอย่างเห็นได้ชัด
→ เลือก Ultrasound Lifting (Ulthera, Shurink) เป็นอันดับแรก
→ เสริมด้วย Laser Lifting หลังจากนั้น 1-3 เดือน เพื่อปรับโทนสีและสภาพผิว
กรณีที่ 4 - มีกำหนดการสำคัญในอีก 2 สัปดาห์, ต้องการแค่ปรับสภาพผิวให้ดูดี
ต้องการเตรียมใบหน้าให้ดูเรียบเนียนก่อนวันงาน
→ เลือก Laser Lifting เพียงอย่างเดียว
→ เห็นผลทันทีหลังทำและไม่มีภาระเรื่องระยะพักฟื้น
กรณีที่ 5 - ต้องการคงผลลัพธ์จากการทำหัตถการครั้งก่อน
ต้องการยืดระยะเวลาผลลัพธ์หลังจากทำ Ulthera หรือ Thermage มาแล้ว
→ ใช้ Laser Lifting เป็นตัวเสริม
→ ช่วยคงผลลัพธ์จากการทำหัตถการชั้นลึก พร้อมปรับโทนสีและสภาพผิวชั้นบนให้ดียิ่งขึ้น
Laser Lifting ด้วย Titanium ที่ Cleor Clinic สาขาฮงแด
👉 ที่สาขาฮงแด เรามีตัวเลือก Laser Lifting ด้วยเครื่อง Titanium 3 รูปแบบ ตามบริเวณที่ทำและระดับพลังงานครับ
โดยทั่วไปหากทำต่อเนื่อง 3 ครั้งขึ้นไป โดยเว้นระยะห่าง 1-2 เดือน จะได้ผลลัพธ์ที่คงที่
และผลลัพธ์จะคงอยู่ประมาณ 6-12 เดือน ขึ้นอยู่กับสภาพผิวของแต่ละบุคคลครับ
เราจะช่วยคุณเลือกตัวเลือกที่เหมาะสมกับสภาพใบหน้าและเกณฑ์การตัดสินใจของคุณ
ในการปรึกษาก่อนทำหัตถการครับ

ผู้ที่ควรพิจารณาทำ Laser Lifting เป็นอันดับแรก
ผู้ที่มีความหย่อนคล้อยระยะเริ่มต้นถึงกลาง ในช่วงอายุ 30-40 ปีต้นๆ
ผู้ที่มีผิวบางและกังวลเรื่องความร้อนที่รุนแรง
ผู้ที่กังวลเรื่องโทนสีผิวและจุดด่างดำควบคู่ไปกับความหย่อนคล้อย
ผู้ที่ไวต่อความเจ็บและเคยหลีกเลี่ยงการทำหัตถการยกกระชับด้วยความร้อน
ผู้ที่ไม่มีเวลาพักฟื้นและต้องการกลับไปใช้ชีวิตประจำวันได้ทันที
ผู้ที่มีกำหนดการสำคัญในอีก 2-4 สัปดาห์และต้องการปรับสภาพผิวให้ดูดี
ผู้ที่ต้องการยืดระยะเวลาผลลัพธ์หลังจากทำ Ultrasound หรือ High-frequency Lifting
ผลข้างเคียงและสิ่งที่ควรทราบก่อนทำ Laser Lifting ที่สาขาฮงแด
👉 แม้ Laser Lifting จะเป็นหัตถการที่มีความเจ็บและระยะพักฟื้นต่ำ แต่มีบางประเด็นที่ต้องตรวจสอบก่อนทำตามสภาพผิวและปฏิกิริยาต่อเม็ดสีของแต่ละบุคคลครับ
หลังทำทันทีอาจมีรอยแดงเล็กน้อยหรือรู้สึกร้อนผ่าวที่ใบหน้า
ซึ่งโดยทั่วไปจะหายไปเองภายในไม่กี่ชั่วโมงครับ
เนื่องจากเครื่อง Titanium มีความยาวคลื่นที่ตอบสนองต่อเม็ดสี
จึงอาจทำให้รู้สึกเจ็บมากขึ้นหรือเสี่ยงต่อการไหม้ในบริเวณที่เป็นฝ้า กระ หรือรอยช้ำ
ดังนั้นจึงจำเป็นต้องตรวจสอบบริเวณที่จะทำในการปรึกษาก่อนทำหัตถการครับ
นอกจากนี้ เนื่องจากเดิมทีเป็นเครื่องในกลุ่มเลเซอร์กำจัดขน
อาจมีผลทำให้ขนอ่อนบนใบหน้าหรือคิ้วถูกกำจัดออกไปด้วย
จึงจำเป็นต้องตกลงรายละเอียดบริเวณที่จะทำก่อนเริ่มหัตถการครับ
หากเพิ่งผ่านการฉีดหัตถการมา อาจตอบสนองต่อเม็ดสีในเลือดได้
จึงจำเป็นต้องนัดหมายช่วงเวลาทำหัตถการให้เหมาะสมครับ
หากขาดการดูแลเรื่องแสงแดดหลังทำ อาจเสี่ยงต่อการเกิดรอยดำ
ดังนั้นการใช้ครีมกันแดดจึงสำคัญมากต่อการฟื้นฟูผิวครับ
เราจะปรับระดับพลังงานให้เหมาะสมหลังจากตรวจสอบสภาพผิวและเม็ดสีของคุณ
โดยทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญในการปรึกษาก่อนทำหัตถการครับ
หากคุณอยู่ในกรณีต่อไปนี้ โปรดแจ้งให้เราทราบในระหว่างการปรึกษา
เนื่องจากอาจต้องจำกัดการทำหัตถการหรือต้องตรวจสอบก่อนครับ
กำลังตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร
มีอาการติดเชื้อหรือแผลในบริเวณที่จะทำหัตถการ
เพิ่งผ่านการฉีดหัตถการ (Filler, Botox) ในบริเวณที่จะทำหัตถการ
กำลังรับประทานยาที่มีผลต่อความไวต่อแสง (เช่น Isotretinoin)
เพิ่งไปทำผิวแทนหรือโดนแสงแดดจัดมา
ได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นแผลเป็นคีลอยด์
มีรอยสักถาวร (สักคิ้ว) ในบริเวณที่จะทำหัตถการ
⚠️ ข้อควรระวังก่อนและหลังทำ Laser Lifting
👉 Laser Lifting ที่สาขาฮงแด เป็นหัตถการที่ความเสถียรของผลลัพธ์ขึ้นอยู่กับการดูแลเรื่องแสงแดดก่อนทำ และการดูแลการระคายเคืองหลังทำครับ
❓ คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
Q. เกณฑ์การตัดสินใจข้อไหนสำคัญที่สุด?
ระดับความหย่อนคล้อยและความหนาของผิวคือเกณฑ์ที่สำคัญที่สุดครับ
หากหย่อนคล้อยชัดเจนจะพิจารณาวิธีที่กระตุ้นชั้นลึกได้ดี หากผิวบางจะพิจารณาวิธีที่อ่อนโยนกว่าเป็นอันดับแรก

จากนั้นจึงพิจารณาความกังวลอื่นๆ และระยะเวลาพักฟื้นเป็นปัจจัยประกอบครับ
Q. ผลลัพธ์ของ Laser Lifting ที่สาขาฮงแด เห็นผลเมื่อไหร่?
คุณจะเห็นใบหน้าที่ดูเรียบเนียนขึ้นและโทนสีผิวที่ดีขึ้นทันทีหลังทำครับ
การฟื้นฟูคอลลาเจนจะค่อยๆ ชัดเจนขึ้นตามเวลา
และจะได้ผลลัพธ์ที่คงที่เมื่อทำครบ 3 ครั้งครับ
Q. Titanium กับ Shurink แบบไหนได้ผลดีกว่ากัน?
เปรียบเทียบกันได้ยากครับเพราะมีจุดประสงค์ต่างกัน
Shurink เด่นเรื่องการยกกระชับชั้นลึกถึงชั้นพังผืด SMAS
ส่วน Titanium เด่นเรื่องการยกกระชับควบคู่ไปกับการปรับโทนสีและสภาพผิวโดยไม่รู้สึกเจ็บ
จึงขึ้นอยู่กับระดับความหย่อนคล้อยและความกังวลของคุณครับ
Q. เจ็บมากไหม?
ระบบ Sapphire Cooling ช่วยลดความเจ็บปวดได้มากครับ
คนไข้ส่วนใหญ่สามารถทำได้อย่างสบายโดยไม่ต้องใช้ยาชา
และใช้เวลาเพียง 20-30 นาทีเท่านั้นครับ
Q. มีระยะพักฟื้นไหม?
รอยแดงและความรู้สึกร้อนผ่าวจะหายไปภายในไม่กี่ชั่วโมง และไม่กระทบต่อการใช้ชีวิตประจำวันในวันถัดไปครับ
สามารถแต่งหน้าเบาๆ ได้ตั้งแต่เย็นวันนั้น จึงไม่มีภาระเรื่องระยะพักฟื้นครับ
Q. ต้องทำกี่ครั้ง?
โดยทั่วไปหากทำต่อเนื่อง 3 ครั้งขึ้นไป โดยเว้นระยะห่าง 1-2 เดือน จะได้ผลลัพธ์ที่คงที่
และสามารถคงผลลัพธ์ไว้ได้ด้วยการดูแลอย่างสม่ำเสมอครับ
Q. ทำร่วมกับหัตถการยกกระชับอื่นได้ไหม?
สามารถทำร่วมกันได้ครับ
หากทำ Titanium Lifting หลังจากทำ Ulthera หรือ Thermage ไปแล้ว 1-3 เดือน
จะช่วยยืดผลลัพธ์การยกกระชับชั้นลึกและช่วยปรับโทนสีผิวให้ดียิ่งขึ้นครับ
Q. เพิ่งทำหัตถการยกกระชับอื่นมา สามารถทำได้ไหม?
ระยะเวลาขึ้นอยู่กับประเภทของหัตถการที่ทำมาก่อนครับ
โดยทั่วไปแนะนำให้เว้นระยะ 1-3 เดือนหลังจากทำ Ultrasound หรือ High-frequency Lifting
และจะตัดสินใจหลังจากตรวจสอบประวัติและสภาพผิวในการปรึกษาก่อนทำหัตถการครับ
หัตถการยกกระชับแม้ชื่อจะคล้ายกัน แต่มีวิธีการทำงานและกลุ่มคนที่เหมาะสมต่างกันโดยสิ้นเชิงครับ
แทนที่จะพยายามจำหลักการของหัตถการแต่ละชื่อ
การสรุปเกณฑ์การตัดสินใจ 4 ข้อ ได้แก่ ระดับความหย่อนคล้อย, ความหนาของผิว, ความกังวลร่วม, และระยะเวลาพักฟื้น
ถือเป็นแนวทางที่ใช้งานได้จริงมากกว่าครับ

Laser Lifting ที่สาขาฮงแด เป็นหัตถการที่ใช้เครื่อง Titanium จากบริษัท Alma ประเทศอิสราเอล
เป็นตัวเลือกที่แนะนำสำหรับผู้ที่มีความหย่อนคล้อยระยะเริ่มต้นถึงกลาง, ผิวบาง, กังวลเรื่องโทนสีผิว,
หรือผู้ที่ต้องการวิธีที่มีความเจ็บและระยะพักฟื้นต่ำครับ
ที่สาขาฮงแด เรามีตัวเลือกหลากหลายตามบริเวณที่ทำและระดับพลังงาน
ตั้งแต่การดูแลเฉพาะจุด 40kJ, V-line 60kJ, ไปจนถึงทั่วใบหน้า 80kJ และบริเวณลำคอครับ
เนื่องจากหลักการของ Laser Lifting ไม่ซ้ำซ้อนกับหัตถการอื่น
จึงสามารถทำร่วมกับ Ultrasound หรือ High-frequency Lifting เพื่อผลลัพธ์ที่ดียิ่งขึ้นด้วยการดูแลแบบเป็นชั้นๆ ครับ
เราจะช่วยคุณตรวจสอบและตัดสินใจเลือกหัตถการที่เหมาะกับใบหน้าของคุณในการปรึกษาครับ
หากคุณต้องการสรุปเกณฑ์การเลือกหัตถการยกกระชับตั้งแต่ต้น
หรือต้องการทราบว่าหัตถการแบบไหนที่เหมาะกับผิวของคุณ
เชิญแวะมาที่ Cleor Clinic สาขาฮงแด ได้เลยครับ
แม้จะยังไม่ได้ตัดสินใจทำหัตถการ คุณก็สามารถเข้ามาปรึกษาเพื่อตรวจสอบสภาพผิวและแนวทางการยกกระชับที่เหมาะสมกับคุณได้ครับ
※ เนื้อหานี้จัดทำขึ้นเพื่อเป็นข้อมูลทั่วไป ผลลัพธ์อาจแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล
โปรดปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเพื่อการวินิจฉัยและการตัดสินใจทำหัตถการที่ถูกต้องครับ
내 피부에 어울리는 리프팅을 알아보고 싶으시다면
클레오르의원 홍대점으로 부담 없이 방문해 주세요.
시술 결정 전이라도 사전 진료를 통해
본인 피부 상태와 어울리는 리프팅 방향을 함께 살펴보실 수 있습니다.
※ 본 내용은 일반적인 정보 제공을 위한 글이며, 개인에 따라 결과는 달라질 수 있습니다.
정확한 진단과 시술 여부는 전문의 상담을 통해 결정하시기 바랍니다.
