เจาะลึกการดูแลฝ้าด้วยเลเซอร์ Picosure ที่ฮงแด

30 เมษายน 2569

สวัสดีครับ

ผม คิม ดง-ยอง ผู้อำนวยการ Cleor Clinic สาขาฮงแดครับ

ในห้องตรวจ ผมมักจะพบกับความกังวลเหล่านี้

จากผู้รับบริการที่เข้ามาปรึกษาเป็นจำนวนมากครับ

"ฝ้าที่ขึ้นบริเวณโหนกแก้มทั้งสองข้างมาหลายปีแล้ว

ต่อให้แต่งหน้าปิดยังไงก็ยังมองเห็นอยู่ดีค่ะ"

"ทาครีมรักษาฝ้าอย่างต่อเนื่องแล้ว แต่ก็ยังไม่รู้สึกถึงความเปลี่ยนแปลงเลยค่ะ"

"พอเข้าสู่วัย 30 รอยฝ้าก็ดูเหมือนจะชัดเจนขึ้นเรื่อยๆ

จนรู้สึกกังวลเวลาส่องกระจกเลยค่ะ"

ฝ้าเป็นรอยที่เมื่อเกิดขึ้นแล้ว มักจะจางลงได้ยากครับ

ทุกครั้งที่สะสมรังสียูวีหรือมีการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมน

สีของฝ้าก็มักจะชัดเจนและเข้มขึ้นเรื่อยๆ

นอกจากนี้ ฝ้ายังแตกต่างจากจุดด่างดำบนพื้นผิวทั่วไป

เพราะมักจะฝังตัวอยู่ลึกใกล้กับชั้นผิวแท้ (Dermis)

ทำให้การใช้เครื่องสำอางไวท์เทนนิ่งหรือการดูแลทั่วไป

เห็นผลการเปลี่ยนแปลงได้ค่อนข้างช้าครับ

วันนี้ผมจะมาสรุปข้อมูลเกี่ยวกับ Picosure ซึ่งนิยมใช้เป็นเลเซอร์รักษาฝ้าที่ฮงแด

ว่าเป็นการรักษาแบบไหน คาดหวังผลลัพธ์อะไรได้บ้าง

รวมถึงขั้นตอนการทำและการพักฟื้นครับ

ทำไมฝ้าถึงค่อยๆ ชัดเจนขึ้น?

ฝ้าไม่ใช่รอยที่เกิดจากแสงแดดเพียงอย่างเดียว

แต่มักเกิดจาก 3 สาเหตุหลักที่ทำงานร่วมกันครับ

1) การสะสมของรังสียูวี

นี่คือสาเหตุที่ใหญ่ที่สุดครับ

เมื่อรังสียูวีสัมผัสผิว เซลล์เมลาโนไซต์จะสร้างเม็ดสี

เพื่อปกป้องผิวชั้นใน

หากกระบวนการนี้เกิดขึ้นซ้ำๆ ทุกวัน

เม็ดสีเมลานินจะค่อยๆ สะสมในบริเวณเดิม

จนกลายเป็นฝ้าที่ฝังแน่นครับ

2) การเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมน

เมื่อฮอร์โมนแปรปรวนจากการตั้งครรภ์ การทานยาคุมกำเนิด หรือวัยทอง

การทำงานของเมลานินจะแอคทีฟมากขึ้น

นี่คือเหตุผลที่หลายคนเริ่มมีฝ้าชัดเจนขึ้น

บริเวณโหนกแก้มทั้งสองข้าง

หลังคลอดบุตรหรือเมื่อเข้าสู่วัยปลาย 30 ครับ

3) การระคายเคืองและการอักเสบของผิว

เมื่อมีการสะสมของสิว การผลัดเซลล์ผิวบ่อยครั้ง การเสียดสีที่รุนแรง

หรือปัญหาผิวเรื้อรัง

เม็ดสีจะยังคงหลงเหลืออยู่ในบริเวณที่ระคายเคือง

จนกลายเป็นฝ้าผสมกับจุดด่างดำครับ

เนื่องจากทั้ง 3 สาเหตุนี้ทำงานร่วมกัน

ฝ้าจึงกลายเป็นรอยที่ฝังแน่นซึ่งยากจะแก้ไข

ด้วยเพียงแค่เครื่องสำอางหรือการนวดหน้าครับ

Picosure เลเซอร์รักษาฝ้าที่ฮงแด คืออะไร?

Picosure ที่นิยมใช้รักษาฝ้าในย่านฮงแด

เป็นนวัตกรรมเลเซอร์ Pico-second

ความยาวคลื่น 755nm Alexandrite

ที่ผลิตโดยบริษัท Cynosure จากสหรัฐอเมริกาครับ

เป็นเครื่องมือแพทย์ที่ได้รับการรับรองจาก อย. ในด้านการรักษาความผิดปกติของเม็ดสี, รอยสัก

และหลุมสิวครับ

👉 Pico-second หมายถึง หน่วยเวลาที่สั้นมาก

คือ 1 ในล้านล้านส่วนของวินาทีครับ

การส่งพลังงานในช่วงเวลาที่สั้นขนาดนี้

จะช่วยสลายเม็ดสีให้เป็นอนุภาคขนาดเล็กได้อย่างละเอียด

และช่วยลดการระคายเคืองต่อเนื้อเยื่อรอบข้างได้ครับ

แตกต่างจากเลเซอร์แบบเดิมอย่างไร?

เลเซอร์ระบบ Nano-second แบบเดิม

ใช้วิธีทำลายเม็ดสีด้วยความร้อนสูง

จึงมักทำให้ผิวบริเวณรอบข้างเกิดการระคายเคือง

แต่ Picosure ใช้หลักการสลายเม็ดสีด้วยแรงกระแทกในช่วงเวลาที่สั้นมาก

ซึ่งเป็นหลักการสลายเม็ดสีที่มีประสิทธิภาพ

ทำให้ระยะเวลาพักฟื้นค่อนข้างสั้น

และสามารถกลับไปใช้ชีวิตประจำวันได้รวดเร็วครับ

ทำไมถึงนิยมใช้ในการดูแลฝ้า?

ฝ้ามักเป็นเม็ดสีที่ฝังตัวอยู่ลึกใกล้ชั้นผิวแท้

ซึ่งความยาวคลื่น 755nm ของ Picosure

มีคุณสมบัติในการถูกดูดซับโดยเม็ดสีเมลานินสีน้ำตาลที่ก่อให้เกิดฝ้าได้ดี

จึงเป็นเครื่องมือที่มักถูกเลือกใช้ในการรักษาฝ้าครับ

ผลลัพธ์ที่หลากหลายที่คาดหวังได้จาก Picosure

Picosure ไม่ได้ใช้สำหรับรักษาฝ้าเพียงอย่างเดียวครับ

ด้วยเทคโนโลยีเลเซอร์พัลส์ที่สั้นระดับ Pico-second

ที่ช่วยสลายเม็ดสีได้อย่างแม่นยำ

จึงสามารถนำไปใช้งานได้หลากหลายด้าน

1) ปรับสภาพเม็ดสี เช่น ฝ้า, จุดด่างดำ และกระ

นี่คือด้านที่ได้รับความนิยมมากที่สุดครับ

โดยการสลายเม็ดสีเมลานินที่ฝังอยู่ในผิวให้เป็นอนุภาคเล็กๆ

เพื่อให้ร่างกายขับออกตามธรรมชาติผ่านระบบเผาผลาญ

หลายคนรู้สึกได้ว่าโทนสีผิวดูสว่างและกระจ่างใสขึ้น

เมื่อรับการรักษาอย่างต่อเนื่องครับ

2) ดูแลเม็ดสีลึก เช่น กระเนื้อ และปานโอตะ

เนื่องจากพัลส์ระดับ Pico-second สามารถเข้าถึง

เม็ดสีที่ฝังลึกในชั้นผิวแท้ได้

จึงใช้รักษาเม็ดสีที่ฝังแน่นมานาน

ซึ่งเลเซอร์แบบเดิมเข้าถึงได้ยากครับ

3) ลบรอยสัก

เป็นเครื่องที่มีประสิทธิภาพในการสลายเม็ดสีสูง จึงใช้ลบรอยสัก

ได้หลากหลายสี เช่น สีดำ, สีน้ำเงิน และสีเขียวครับ

4) ปรับสภาพรูขุมขนและรอยแผลเป็นจากสิว

เมื่อติดตั้งออปชันเสริมที่เรียกว่า Focus Lens

จะเกิดการกระตุ้นขนาดเล็กที่เรียกว่า LIOB (Laser-Induced Optical Breakdown)

ภายในชั้นผิว

ซึ่งจะช่วยส่งเสริมสภาพแวดล้อมในการสร้างคอลลาเจนใหม่

จึงใช้ในการดูแลรูขุมขนและผิวสัมผัสของแผลเป็นได้ครับ

5) ปรับสภาพผิวและโทนสีผิวโดยรวม

เมื่อการปรับสภาพเม็ดสีและการเสริมสร้างคอลลาเจนเกิดขึ้นพร้อมกัน

จะช่วยให้ผิวดูเรียบเนียนและสม่ำเสมอขึ้นครับ

อย่างไรก็ตาม แม้จะเป็นการรักษาแบบเดียวกัน

แต่ผลลัพธ์อาจแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล

ขึ้นอยู่กับความลึก ชนิดของเม็ดสี และสภาพผิวครับ

โดยเฉพาะฝ้า มักจะไม่จางลงทั้งหมดในการทำเพียงครั้งเดียว

แต่จะเห็นความเปลี่ยนแปลงที่ชัดเจนขึ้น

เมื่อทำต่อเนื่องทุกๆ 2-4 สัปดาห์ครับ

เหมาะสำหรับใครบ้าง?

Picosure เลเซอร์รักษาฝ้าที่ฮงแด

เป็นทางเลือกที่แนะนำสำหรับผู้ที่มีความกังวล

ดังต่อไปนี้ครับ

  • ผู้ที่กังวลเรื่องฝ้าบริเวณโหนกแก้มทั้งสองข้างหรือหน้าผาก

  • ผู้ที่ฝ้าชัดเจนขึ้นหลังคลอดบุตรหรือมีการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมน

  • ผู้ที่มีจุดด่างดำและกระเพิ่มมากขึ้นพร้อมกัน

  • ผู้ที่กังวลเรื่องผิวหมองคล้ำจากการโดนแสงแดด

  • ผู้ที่มีเม็ดสีลึก เช่น ปานโอตะ หรือกระเนื้อ

  • ผู้ที่ต้องการปรับสภาพรูขุมขนและรอยแผลเป็นจากสิวไปพร้อมกัน

  • ผู้ที่ต้องการการรักษาที่พักฟื้นน้อยและกลับไปใช้ชีวิตปกติได้เร็ว

ผู้ที่ต้องตรวจสอบความพร้อมก่อนรับบริการ

  • กรณีตั้งครรภ์หรือกำลังให้นมบุตร

  • กรณีมีประวัติการอักเสบหรือเริมในบริเวณที่จะรับการรักษา

  • กรณีที่กำลังรับประทานยาที่ทำให้ผิวไวต่อแสง

  • กรณีที่มีภาวะผิวเกิดแผลเป็นนูน (Keloid) ได้ง่าย

  • กรณีที่เพิ่งสัมผัสแสงแดดจัดหรือรับการผลัดเซลล์ผิวมาไม่นาน

แม้ Picosure จะมีระยะเวลาพักฟื้นที่สั้น

แต่เนื่องจากมีกระบวนการขับเม็ดสีออกจากชั้นผิว

จึงควรดูแลผิวอย่างเบามือในช่วง 2-3 วันแรกครับ

⚠️ ข้อควรระวัง

  • การป้องกันแสงแดดสำคัญที่สุด

ผลลัพธ์ของการรักษาฝ้าขึ้นอยู่กับการดูแลหลังทำครับ

ในช่วงไม่กี่วันหลังทำ เซลล์เมลาโนไซต์จะมีความไวต่อสิ่งกระตุ้นมากกว่าปกติ

หากสัมผัสแสงแดด อาจเกิดปฏิกิริยาย้อนกลับทำให้เม็ดสีเข้มขึ้นได้

ควรทาครีมกันแดดทุกครั้งที่ออกไปข้างนอก และใช้อุปกรณ์ป้องกัน เช่น หมวกหรือร่ม

ร่วมด้วยจะดีมากครับ

  • ใส่ใจเรื่องความชุ่มชื้น

ผิวอาจรู้สึกแห้งกว่าปกติในช่วงไม่กี่วันหลังรับการรักษา

ควรทาครีมปลอบประโลมผิวและครีมฟื้นฟูผิวให้เพียงพอครับ

  • ลดการระคายเคือง

ในวันที่รับการรักษา ควรหลีกเลี่ยงซาวน่า สปาร้อน การออกกำลังกายหนัก และการดื่มแอลกอฮอล์

เพราะหากอุณหภูมิร่างกายสูงขึ้น อาจทำให้รอยแดงและการระคายเคืองคงอยู่นานขึ้น

ควรหยุดใช้ผลิตภัณฑ์สครับ การผลัดเซลล์ผิว หรืออุปกรณ์ล้างหน้าที่รุนแรง

เป็นเวลาประมาณ 1 สัปดาห์ครับ

  • อาการชั่วคราว

อาจมีรอยแดงจางๆ และความรู้สึกยิบๆ เล็กน้อยทันทีหลังทำ

ซึ่งส่วนใหญ่จะหายไปภายในไม่กี่ชั่วโมงถึง 1 วันครับ

ในบริเวณที่มีเม็ดสีเข้ม อาจมีสะเก็ดบางๆ เกิดขึ้นและหลุดลอกออก

ห้ามแกะด้วยมือ และโปรดรอให้หลุดออกเองตามธรรมชาติครับ

  • การแต่งหน้า

สามารถแต่งหน้าเบาๆ ได้ตั้งแต่วันถัดไปหลังรับการรักษา

อย่างไรก็ตาม ในวันที่ทำ ควรเน้นการปลอบประโลมผิวเพื่อให้ผิวฟื้นตัวได้ดีที่สุดครับ

หากมีอาการปวดไม่หาย มีตุ่มพอง น้ำเหลืองไหล หรือสีผิวเปลี่ยนไปอย่างผิดปกติ

โปรดติดต่อคลินิกเพื่อรับการตรวจทันทีครับ

❓ คำถามที่พบบ่อย

Q. ทำครั้งเดียวฝ้าจะหายไปเลยไหม?

A. สำหรับจุดด่างดำจางๆ บางท่านอาจรู้สึกถึงความเปลี่ยนแปลง

ได้ตั้งแต่ครั้งแรกที่ทำครับ

แต่สำหรับฝ้าที่ฝังแน่นมานาน

มักจะเห็นผลลัพธ์ที่ชัดเจนขึ้นเมื่อทำต่อเนื่องประมาณ 3-5 ครั้ง

โดยเว้นระยะห่างทุกๆ 2-4 สัปดาห์ครับ

Q. ระหว่างทำเจ็บมากไหม?

A. เราจะมีการทายาชาให้ก่อนเริ่มการรักษา

ซึ่งส่วนใหญ่อยู่ในระดับที่ทนได้สบายๆ ครับ

ในบริเวณที่มีเม็ดสีเข้ม

อาจรู้สึกยิบๆ ได้ในบางจังหวะครับ

Q. วันรุ่งขึ้นไปทำงานได้ตามปกติไหม?

A. สามารถกลับไปใช้ชีวิตประจำวันได้ทันทีหลังทำครับ

รอยแดงจางๆ มักจะหายไปภายในไม่กี่ชั่วโมง

และสามารถแต่งหน้าได้ตามปกติในวันถัดไปครับ

Q. ฝ้าสามารถกลับมาเป็นซ้ำได้ไหม?

A. เม็ดสีที่ถูกสลายไปแล้วจะไม่กลับมาครับ แต่การสัมผัสแสงแดดใหม่

หรือการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมน

อาจทำให้เกิดฝ้าใหม่ในบริเวณเดิมได้

การป้องกันแสงแดดและการเติมความชุ่มชื้นจึงเป็นหัวใจสำคัญในการรักษาผลลัพธ์ครับ

Q. สามารถทำร่วมกับการรักษาอื่นได้ไหม?

A. สามารถทำร่วมกับหัตถการอื่นๆ ได้ เช่น Skin Booster, Botox

หรือ Collagen Booster ครับ

ซึ่งผมจะให้คำแนะนำเกี่ยวกับการวางแผนการรักษาที่เหมาะสมในขั้นตอนการตรวจปรึกษาครับ

Q. ผลข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้นมีอะไรบ้าง?

A. อาจมีรอยแดงชั่วคราว, อาการบวมเล็กน้อย,

สะเก็ดบางๆ หรือรอยดำหลังการอักเสบ (PIH)

เกิดขึ้นได้ครับ

ในกรณีที่พบได้น้อยมาก อาจมีการรายงานเรื่องตุ่มพอง, แผลเป็น

หรือการสูญเสียเม็ดสี

ดังนั้นการตรวจปรึกษาก่อนทำและการติดตามผลหลังทำจึงเป็นสิ่งสำคัญครับ

แม้ฝ้าจะมีพื้นที่ไม่กว้างนัก

แต่ก็เป็นรอยที่ส่งผลต่อความประทับใจของโทนสีผิวโดยรวมอย่างมาก

เมื่อแต่งหน้าปิดไม่มิด

และมีแนวโน้มจะเข้มขึ้นตามกาลเวลา

การเปลี่ยนแปลงเพียงเล็กน้อยก็อาจส่งผลต่อ

ความมั่นใจในชีวิตประจำวันได้ครับ

หากคุณกำลังหาข้อมูล Picosure เลเซอร์รักษาฝ้าที่ฮงแด

แทนที่จะตัดสินใจในทันที ผมแนะนำให้ตรวจเช็กความลึกและชนิดของฝ้า

รวมถึงสภาพผิวของคุณก่อน

เพื่อกำหนดแนวทางการรักษาที่เหมาะสมที่สุดครับ

ที่ Cleor Clinic สาขาฮงแด

เราจะประเมินทั้งความลึกของฝ้า สภาพผิว และปัญหาผิวสัมผัส

เพื่อออกแบบขั้นตอนการรักษาให้ตอบโจทย์คุณที่สุดครับ

นอกจาก Picosure แล้ว ที่สาขาฮงแดของเรา

ยังมีโปรแกรมการรักษาที่หลากหลาย ทั้งการดูแลเม็ดสี, รูขุมขน, การปรับโทนสีผิว,

และการเสริมความยืดหยุ่น

ไว้คอยให้บริการครับ

สำหรับท่านที่ต้องการปรับภาพลักษณ์โดยรวมให้ดูดีขึ้น

สามารถรับคำปรึกษาเพิ่มเติมได้เมื่อมาเยือนคลินิกครับ

หากคุณกังวลเรื่องฝ้าและโทนสีผิว

สามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ Cleor Clinic สาขาฮงแดครับ

※ เนื้อหานี้จัดทำขึ้นเพื่อให้ข้อมูลทั่วไปเกี่ยวกับการรักษา ผลลัพธ์อาจแตกต่างกันไปตามสภาพผิวของแต่ละบุคคล อาจเกิดผลข้างเคียงได้ โปรดปรึกษาแพทย์อย่างละเอียดก่อนรับบริการ