
สวัสดีครับ
ผมคุณหมอคิมดงยอง จาก Cleor Clinic สาขาฮงแดครับ
เวลาส่องกระจกตรงๆ แล้วรู้สึกไหมครับว่าบริเวณหน้าแก้มดูตอบลงจนเกิดเงา
หรือร่องแก้มที่เด่นชัดขึ้นทำให้ใบหน้าดูเหนื่อยล้า?
"อยากเติมเต็มร่องแก้มและแก้มที่ตอบลง แต่ก็กังวลว่าฟิลเลอร์จะทำให้ดูบวมหลอกตาเกินไป
กำลังมองหาวิธีที่ช่วยเติมเต็มวอลลุ่มอย่างเป็นธรรมชาติ
เลยอยากทราบว่าคอลลาเจนบูสเตอร์มีหลักการทำงานอย่างไรครับ"
นี่เป็นหัวข้อที่คนไข้เข้ามาปรึกษาเพิ่มมากขึ้นในช่วงนี้ครับ
การที่วอลลุ่มบนใบหน้าลดลง เป็นการเปลี่ยนแปลงตามธรรมชาติที่เกิดขึ้นเมื่ออายุมากขึ้น
เนื่องจากคอลลาเจนและไขมันในชั้นผิวลดลงพร้อมๆ กันครับ
ฟิลเลอร์เป็นวิธีที่สร้างวอลลุ่มได้ทันทีด้วยตัวสารเอง
แต่คอลลาเจนบูสเตอร์เป็นวิธีที่กระตุ้นให้ผิวสร้างคอลลาเจนขึ้นมาเอง
ทำให้วอลลุ่มและความยืดหยุ่นค่อยๆ ปรับตัวดีขึ้นตามกาลเวลา
จึงถือเป็นหมวดหมู่ที่มีหลักการเข้าถึงที่แตกต่างกันครับ
วิธีเติมเต็มวอลลุ่มอย่างเป็นธรรมชาติผ่านการกระตุ้นคอลลาเจนของตัวเองแบบนี้
คือ Juvelook Volume ที่สาขาฮงแดครับ
วันนี้ผมจะมาอธิบายให้ฟังว่า Juvelook Volume มีหลักการเติมเต็มวอลลุ่มอย่างไร
และแตกต่างจากฟิลเลอร์ทั่วไปหรือคอลลาเจนบูสเตอร์ตัวอื่นอย่างไรครับ

Juvelook Volume ที่ฮงแด คืออะไร
👉 Juvelook Volume คือหัตถการแบบ Dual Action ที่ฉีดคอลลาเจนบูสเตอร์ซึ่งประกอบด้วยอนุภาค PDLLA (Poly-D,L-lactic acid) และกรดไฮยาลูโรนิก (HA) เข้าไประหว่างชั้นหนังแท้และชั้นไขมันใต้ผิวหนัง เพื่อให้ได้ทั้งวอลลุ่มทันทีและการฟื้นฟูคอลลาเจนของตัวเองครับ
Juvelook Volume เป็นคอลลาเจนบูสเตอร์ที่ผลิตในเกาหลี ซึ่งได้รับการรับรองจาก FDA สหรัฐอเมริกาและอย. เกาหลีครับ
หากฟิลเลอร์ทั่วไปเป็นวิธีที่สร้างวอลลุ่มด้วยตัวสารเอง
Juvelook Volume จะเป็นแนวทางที่กระตุ้นให้ผิวสร้างคอลลาเจนขึ้นมาเอง
จึงเป็นหมวดหมู่ที่ผลลัพธ์จะค่อยๆ ปรับตัวในรูปแบบที่แตกต่างกันครับ
ในบรรดาไลน์ของ Juvelook นั้น ตัว Volume จะใช้อนุภาค PDLLA ที่ค่อนข้างใหญ่
จึงเป็นตัวเลือกที่เน้นการฟื้นฟูวอลลุ่มในชั้นผิวที่ลึกครับ
เป็นไลน์ที่ทราบกันดีว่ามักใช้ในบริเวณที่ต้องการวอลลุ่ม เช่น ร่องแก้ม, แก้มตอบ, ใต้ตาตอบ และขมับครับ
หลักการทำงานแบบ Dual Action ของ Juvelook Volume
👉 Juvelook Volume ถูกออกแบบมาให้เป็นหัตถการที่วอลลุ่มคงอยู่ตั้งแต่หลังทำจนถึงระยะยาว ด้วยหลักการทำงานแบบ Dual Action ที่เกิดทั้งวอลลุ่มทันทีจากกรดไฮยาลูโรนิก และการกระตุ้นคอลลาเจนของตัวเองจาก PDLLA ครับ
ขั้นตอนที่ 1 - วอลลุ่มทันทีจากกรดไฮยาลูโรนิก
ทันทีหลังทำ สารกรดไฮยาลูโรนิกจะเข้าไปเติมความชุ่มชื้นและวอลลุ่มให้กับชั้นหนังแท้ทันทีครับ
เป็นไลน์ที่สามารถเห็นได้เลยว่าร่องแก้มหรือแก้มที่ตอบลงได้รับการเติมเต็มด้วยวอลลุ่มเบื้องต้นตั้งแต่ลุกจากเตียงทำหัตถการครับ
ขั้นตอนที่ 2 - การกระตุ้นคอลลาเจนจาก PDLLA
อนุภาค PDLLA ที่ฉีดเข้าไปจะค่อยๆ สลายตัวระหว่างชั้นหนังแท้และชั้นไขมันใต้ผิวหนัง
พร้อมกระตุ้นการตอบสนองของแมคโครฟาจและไฟโบรบลาสต์ครับ
ในกระบวนการนี้ การสร้างคอลลาเจนของตัวเองจะทำงานอย่างแข็งขัน
ทำให้ผิวค่อยๆ ฟื้นฟูวอลลุ่มและความยืดหยุ่นขึ้นมาเองครับ
ขั้นตอนที่ 3 - การคงอยู่ของวอลลุ่มอย่างเป็นธรรมชาติ
เป็นกระบวนการที่คอลลาเจนของตัวเองจะเข้ามาแทนที่วอลลุ่มในช่วงเวลาที่กรดไฮยาลูโรนิกค่อยๆ ดูดซึมไปครับ
ปฏิกิริยาคอลลาเจนจะเริ่มชัดเจนขึ้นตั้งแต่ 4-6 สัปดาห์หลังทำ และวอลลุ่มที่เป็นธรรมชาติจะค่อยๆ ปรับตัวในช่วง 2-3 เดือน
จึงเป็นไลน์ที่ทราบกันดีว่ายิ่งเวลาผ่านไป ผลลัพธ์จะยิ่งดูเป็นธรรมชาติและเรียบเนียนขึ้นครับ
ขั้นตอนที่ 4 - การคงอยู่ระยะยาว
วอลลุ่มที่เกิดจากคอลลาเจนของตัวเองจะคงอยู่ได้นานกว่าฟิลเลอร์กรดไฮยาลูโรนิกทั่วไปครับ
แม้จะมีความแตกต่างกันไปตามระบบเผาผลาญและบริเวณที่ทำของแต่ละบุคคล
แต่ก็เป็นหมวดหมู่ที่มีรายงานบ่อยครั้งว่าสามารถคงอยู่ได้นานกว่า 2 ปีครับ
ความแตกต่างของแนวทางการเข้าถึงระหว่างฟิลเลอร์และ Juvelook Volume
👉 ฟิลเลอร์เป็นวิธีเติมเต็มทันทีด้วยตัวสารเอง ส่วน Juvelook Volume เป็นวิธีฟื้นฟูตัวเองที่กระตุ้นให้ผิวสร้างคอลลาเจนขึ้นมาเอง หลักการสร้างวอลลุ่มและช่วงเวลาจึงแตกต่างกันครับ
วิธีที่สารคงอยู่ - การเติมเต็ม vs การฟื้นฟู
ฟิลเลอร์คือวิธีที่สารกรดไฮยาลูโรนิกคงอยู่ในชั้นหนังแท้เพื่อสร้างวอลลุ่มครับ
Juvelook Volume คือวิธีที่สาร PDLLA กระตุ้นการสร้างคอลลาเจนของตัวเองแล้วค่อยๆ สลายตัวไป
ดังนั้นในท้ายที่สุด สิ่งที่เหลืออยู่ไม่ใช่ตัวสาร แต่เป็นคอลลาเจนของตัวเองครับ

ช่วงเวลาที่วอลลุ่มปรับตัว - ทันที vs ค่อยเป็นค่อยไป
ฟิลเลอร์เป็นวิธีที่วอลลุ่มจะสมบูรณ์ทันทีหลังทำครับ
Juvelook Volume แม้จะเห็นวอลลุ่มทันทีจากกรดไฮยาลูโรนิกในช่วงแรก
แต่ผลลัพธ์ที่แท้จริงจะค่อยๆ ปรับตัวดีขึ้นเมื่อปฏิกิริยาคอลลาเจนทำงานเต็มที่หลัง 4-6 สัปดาห์ครับ
ความเป็นธรรมชาติ
ฟิลเลอร์อาจมีลักษณะที่ดูบวมนูนขึ้นมาได้เนื่องจากตัวสารเองสร้างปริมาตรครับ
Juvelook Volume เป็นวิธีที่สร้างวอลลุ่มด้วยคอลลาเจนของตัวเอง
จึงมีรายงานว่าผลลัพธ์จะดูเป็นธรรมชาติมากขึ้นเมื่อเวลาผ่านไปครับ
ระยะเวลาคงอยู่
ฟิลเลอร์กรดไฮยาลูโรนิกทั่วไปมักคงอยู่ประมาณ 6-12 เดือนครับ
Juvelook Volume ทราบกันดีว่ามักคงอยู่ได้นานกว่า 2 ปี เนื่องจากคอลลาเจนของตัวเองเป็นตัวหลักในการคงอยู่ครับ
บริเวณที่เหมาะกับ Juvelook Volume
👉 Juvelook Volume เป็นหัตถการที่มักใช้ในบริเวณที่ต้องการฟื้นฟูวอลลุ่ม เช่น ร่องแก้ม, แก้มตอบ, ใต้ตาตอบ และขมับครับ
ร่องแก้ม
เป็นวิธีที่ช่วยเติมเต็มร่องแก้มที่ลึกจากด้านล่างขึ้นมา
จึงเป็นการผสมผสานระหว่างวอลลุ่มทันทีของฟิลเลอร์และการกระตุ้นคอลลาเจนครับ
เป็นหมวดหมู่ที่ทราบกันดีว่าเส้นร่องแก้มจะดูเป็นธรรมชาติมากขึ้นเมื่อเวลาผ่านไปครับ
แก้มตอบ
เป็นวิธีฟื้นฟูวอลลุ่มในบริเวณแก้มด้านหน้าหรือด้านข้างที่ตอบลงจนเกิดเงาครับ
ช่วยปรับสมดุลใบหน้าส่วนหน้าให้ดูดีขึ้น และช่วยลดความเหนื่อยล้าของใบหน้าได้อย่างเป็นธรรมชาติครับ
ใต้ตาตอบ
เป็นการเข้าถึงเพื่อเติมเต็มวอลลุ่มอย่างนุ่มนวลในบริเวณใต้ตาที่ตอบจนดูเหมือนรอยคล้ำครับ
เป็นหมวดหมู่ที่มีรายงานว่าสามารถปรับตัวได้อย่างเป็นธรรมชาติโดยไม่จับตัวเป็นก้อนแม้ในผิวใต้ตาที่บางครับ
บริเวณขมับ
เป็นแนวทางที่ช่วยลดความรู้สึกที่โหนกแก้มดูเด่นชัดเนื่องจากขมับตอบครับ
เมื่อวอลลุ่มขมับได้รับการฟื้นฟู จะช่วยปรับเส้นโค้งส่วนบนของใบหน้าให้ดูเป็นธรรมชาติครับ
ไลน์อัพ Juvelook Volume ที่ฮงแด
👉 ที่สาขาฮงแด เราให้บริการ Juvelook Volume โดยคิดเป็นหน่วยต่อขวด
และกำหนดวิธีการทำตามระดับการสูญเสียวอลลุ่มและขอบเขตของบริเวณที่ทำครับ
โดยปกติจะเจือจางประมาณ 8-10cc ต่อขวด และแบ่งฉีดในบริเวณที่ต้องการครับ
โดยทั่วไปจะพิจารณาทำ 1-2 ขวด ขึ้นอยู่กับขอบเขตและระดับการสูญเสียวอลลุ่ม
และเป็นหมวดหมู่ที่ทราบกันดีว่ามักจะพิจารณาทำเพิ่มเติมโดยเว้นระยะห่าง 6-8 สัปดาห์ครับ
วิธีการทำที่เหมาะสมกับสภาพผิวและบริเวณของคุณ จะได้รับการพิจารณาร่วมกันในการปรึกษาก่อนทำครับ
ผู้ที่เหมาะกับ Juvelook Volume
ผู้ที่มีร่องแก้มลึกจนทำให้ใบหน้าดูเหนื่อยล้า
ผู้ที่มีแก้มตอบจนเกิดเงาและเสียสมดุลใบหน้าส่วนหน้า
ผู้ที่กังวลเรื่องใต้ตาตอบจนดูเหมือนรอยคล้ำ
ผู้ที่ต้องการผลลัพธ์ที่ดูเป็นธรรมชาติมากกว่าวอลลุ่มทันทีจากฟิลเลอร์

ผลข้างเคียงของ Juvelook Volume ที่ฮงแดและสิ่งที่ควรทราบล่วงหน้า
👉 Juvelook Volume เป็นคอลลาเจนบูสเตอร์ที่ได้รับการรับรองจาก FDA และ KFDA แต่ควรเข้าใจล่วงหน้าว่ากระบวนการผสมสาร (Hydration) ที่ประณีตและการควบคุมความลึกในการฉีด เป็นปัจจัยสำคัญที่มีผลต่อความเสถียรของผลลัพธ์ครับ
หลังทำทันที อาจมีอาการแดงเล็กน้อย, บวมเล็กน้อย, รอยช้ำบางๆ หรือรู้สึกเหมือนมีสิ่งแปลกปลอมในบริเวณที่ทำชั่วคราวครับ
โดยทั่วไปจะมีรายงานว่าอาการเหล่านี้จะหายไปเองตามธรรมชาติภายในไม่กี่วันจนถึงสูงสุด 2 สัปดาห์ครับ
Juvelook Volume เป็นไลน์ที่ต้องผ่านกระบวนการผสมสารอย่างแม่นยำก่อนทำ เพื่อให้อนุภาคกระจายตัวอย่างสม่ำเสมอครับ
เนื่องจากเป็นหมวดหมู่ที่กระบวนการผสมสาร, ความลึกในการฉีด และการตัดสินใจของแพทย์ในการจัดวางสารทีละน้อยอย่างสม่ำเสมอ มีผลอย่างมากต่อผลลัพธ์
จึงทราบกันดีว่าการทำภายใต้การดูแลของทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญจะช่วยสร้างความมั่นใจในความปลอดภัยครับ
หลังทำควรหลีกเลี่ยงการนวดบริเวณที่ทำอย่างรุนแรงเป็นเวลาสองสามวัน
และแนะนำให้หลีกเลี่ยงซาวน่าหรือการออกกำลังกายหนักๆ เพราะอาจส่งผลต่อการฟื้นตัวครับ
ปฏิกิริยาคอลลาเจนจะเริ่มชัดเจนตั้งแต่ 4-6 สัปดาห์ และจะค่อยๆ ปรับตัวในช่วง 2-3 เดือน
จึงเป็นหมวดหมู่ที่พิจารณาทำเพิ่มเติมหลังจากตรวจสอบสภาพผิวหลังทำ 6-8 สัปดาห์ครับ
หากคุณเข้าข่ายกรณีต่อไปนี้ อาจมีการจำกัดการทำหัตถการ
หรือจำเป็นต้องตรวจสอบล่วงหน้า โปรดแจ้งให้เราทราบระหว่างการปรึกษาครับ
กรณีตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร
กรณีมีเริมที่กำลังทำงาน, การติดเชื้อ หรือแผลในบริเวณที่จะทำ
กรณีมีโรคภูมิคุ้มกันทำลายตนเอง, ผิวหนังเป็นคีลอยด์ง่าย หรือมีแนวโน้มเกิดรอยดำ
กรณีรับประทานยาต้านการแข็งตัวของเลือดหรือยาต้านเกล็ดเลือดเป็นประจำ หรือมีแนวโน้มเลือดออกง่าย
กรณีมีประวัติการทำฟิลเลอร์หรือร้อยไหมในบริเวณที่จะทำเมื่อเร็วๆ นี้
กรณีมีประวัติแพ้สาร PDLLA หรือกรดไฮยาลูโรนิก
⚠️ ข้อควรระวังก่อนและหลังทำ Juvelook Volume
👉 Juvelook Volume เป็นหัตถการที่ความเร็วในการฟื้นตัวและความเสถียรของปฏิกิริยาคอลลาเจนขึ้นอยู่กับการเตรียมตัวก่อนทำและการดูแลเบื้องต้นหลังทำครับ
❓ คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
Q. ผลลัพธ์ของ Juvelook Volume ที่ฮงแด จะเห็นได้เมื่อไหร่?
สามารถเห็นวอลลุ่มทันทีจากกรดไฮยาลูโรนิกได้หลังทำครับ
ปฏิกิริยาคอลลาเจนที่แท้จริงจะเริ่มปรับตัวตั้งแต่ 4-6 สัปดาห์หลังทำ
และมีรายงานว่าผลลัพธ์ที่เป็นธรรมชาติจะสมบูรณ์ในช่วง 2-3 เดือนครับ
Q. ควรเลือกฟิลเลอร์หรือ Juvelook Volume ดี?
ขึ้นอยู่กับทิศทางของผลลัพธ์ที่คุณต้องการครับ
หากต้องการวอลลุ่มทันทีและการเติมเต็มที่ชัดเจนให้เลือกฟิลเลอร์
หากต้องการผลลัพธ์ที่ค่อยๆ ปรับตัวอย่างเป็นธรรมชาติเมื่อเวลาผ่านไป
Juvelook Volume เป็นหมวดหมู่ที่เหมาะสมกว่า ซึ่งเราจะสรุปทางเลือกที่เหมาะกับสถานการณ์ของคุณในการปรึกษาก่อนทำครับ
Q. Juvelook Volume ที่ฮงแด ต้องทำกี่ขวด?
ขึ้นอยู่กับขอบเขตของบริเวณที่ทำและระดับการสูญเสียวอลลุ่มครับ
บางกรณีอาจจบที่การทำ 1 ขวด แต่หากต้องการครอบคลุมบริเวณกว้าง
อาจพิจารณาทำ 1-2 ขวด ซึ่งเราจะพิจารณาร่วมกันในการปรึกษาก่อนทำครับ

Q. ระยะเวลาคงอยู่ของ Juvelook Volume ที่ฮงแด นานแค่ไหน?
โดยทั่วไปมีรายงานว่าคงอยู่ได้นานกว่า 2 ปีครับ
แม้กรดไฮยาลูโรนิกจะค่อยๆ ดูดซึมไป แต่คอลลาเจนของตัวเองจะกลายเป็นแกนหลักในการคงอยู่ของวอลลุ่ม
ทำให้ผลลัพธ์คงอยู่ได้นาน และเป็นหมวดหมู่ที่มีความแตกต่างกันไปตามระบบเผาผลาญและการดูแลชีวิตประจำวันของแต่ละบุคคลครับ
Q. ความแตกต่างระหว่าง Juvelook และ Juvelook Volume คืออะไร?
แม้ส่วนประกอบจะเป็น PDLLA และกรดไฮยาลูโรนิกเหมือนกัน แต่ขนาดของอนุภาคจะแตกต่างกันครับ
Juvelook ทั่วไป (Skin) มีอนุภาคขนาดเล็ก จึงใช้กับสภาพผิว, ริ้วรอยเล็กๆ, รูขุมขน
ส่วน Juvelook Volume มีอนุภาคขนาดใหญ่ จึงเป็นไลน์ที่ใช้สำหรับการฟื้นฟูวอลลุ่ม เช่น ร่องแก้ม, แก้มตอบครับ
Q. ความเจ็บปวดของ Juvelook Volume ที่ฮงแด อยู่ในระดับไหน?
เนื่องจากมีการทายาชาและผสมยาชาลิโดเคนก่อนทำ
จึงไม่มีความเจ็บปวดรุนแรงระหว่างทำครับ
เนื่องจากใช้เข็มปลายทู่ (Cannula) จึงเป็นหมวดหมู่ที่ระคายเคืองน้อยกว่าเข็มแหลม
และเป็นไลน์ที่อาจรู้สึกเจ็บหน่วงๆ ได้ในช่วงสองสามวันหลังทำครับ
Q. มีข่าวลือว่าอาจเกิดก้อน (Nodule) ปลอดภัยไหม?
Juvelook Volume เป็นหมวดหมู่ที่กระบวนการผสมสารที่ประณีตและการตัดสินใจของแพทย์มีผลอย่างมากต่อความเสถียรของผลลัพธ์ครับ
เนื่องจากเป็นไลน์ที่ดำเนินการภายใต้การดูแลของทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ โดยผ่านกระบวนการผสมสารล่วงหน้าอย่างแม่นยำ
และใช้วิธีการจัดวางสารทีละน้อยอย่างสม่ำเสมอ จึงทราบกันดีว่ามีความปลอดภัยครับ
การที่วอลลุ่มบนใบหน้าลดลง เป็นการเปลี่ยนแปลงตามธรรมชาติที่เกิดขึ้นเมื่ออายุมากขึ้น
ต่างจากฟิลเลอร์ที่เติมเต็มด้วยตัวสารเอง การเข้าถึงด้วยการกระตุ้นให้ผิวสร้างคอลลาเจนขึ้นมาเอง เป็นแนวทางที่พิจารณาสำหรับผู้ที่ต้องการผลลัพธ์ที่เป็นธรรมชาติครับ
Juvelook Volume คือหัตถการแบบ Dual Action ที่ฉีดคอลลาเจนบูสเตอร์ซึ่งประกอบด้วย PDLLA และกรดไฮยาลูโรนิก เข้าไประหว่างชั้นหนังแท้และชั้นไขมันใต้ผิวหนัง เพื่อให้ได้ทั้งวอลลุ่มทันทีและการฟื้นฟูคอลลาเจนของตัวเองครับ
ที่สาขาฮงแด นอกจาก Juvelook Volume แล้ว เรายังมีตัวเลือกอื่นๆ ในไลน์ Juvelook ให้บริการด้วยครับ
Juvelook Skin ซึ่งเข้าถึงการปรับปรุงสภาพผิว, ริ้วรอยเล็กๆ และรูขุมขนด้วยอนุภาค PDLLA ขนาดเล็ก เป็นไลน์ที่พิจารณาสำหรับผู้ที่ต้องการฟื้นฟูสภาพผิวโดยรวม
และ Juvelook Eye ที่ออกแบบมาเพื่อผิวรอบดวงตาโดยเฉพาะ เป็นหมวดหมู่ที่ใช้สูตรที่อ่อนโยนต่อผิวรอบดวงตาที่บาง เพื่อฟื้นฟูริ้วรอยรอบดวงตาและความยืดหยุ่นครับ
แม้จะเป็นส่วนประกอบ PDLLA เหมือนกัน แต่มีทั้งสามไลน์คือ Skin, Volume, Eye ที่ปรับตามขนาดอนุภาคและบริเวณที่ทำ
เป็นตัวเลือกที่คุณสามารถเลือกได้ตามบริเวณที่สนใจและวัตถุประสงค์ครับ
บริเวณที่สูญเสียวอลลุ่มและทิศทางที่คุณต้องการ
เราจะตรวจสอบให้โดยตรงในระหว่างการปรึกษาครับ
หากคุณกังวลเรื่องร่องแก้มและแก้มตอบ
เชิญแวะมาที่ Cleor Clinic สาขาฮงแดได้โดยไม่ต้องกังวลครับ
แม้จะยังไม่ได้ตัดสินใจทำหัตถการ คุณก็สามารถตรวจสอบสภาพใบหน้าของคุณในปัจจุบันผ่านการปรึกษาก่อนทำได้ครับ
※ เนื้อหานี้จัดทำขึ้นเพื่อเป็นข้อมูลทั่วไป ผลลัพธ์อาจแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล
โปรดตัดสินใจเกี่ยวกับการวินิจฉัยและการทำหัตถการที่แม่นยำผ่านการปรึกษากับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ
숙련된 의료진 안내에 따라 사전 수화 과정을 정확히 거치고
소량씩 균일하게 배치하는 방식으로 진행되는 라인이라
안정성이 확보되는 편으로 알려져 있습니다.

얼굴 볼륨 저하는 나이가 들며 콜라겐과 지방이
함께 줄어들면서 나타나는 자연스러운 변화입니다.
성분 자체로 채우는 필러와 달리 피부 스스로 콜라겐을 생성하도록
유도하는 접근이 자연스러운 결과를 원하시는 분들에게 검토되는 방향이에요.
홍대 쥬베룩 볼륨은 PDLLA와 히알루론산이 결합된 콜라겐 부스터를
진피와 피하 지방층 사이에 주입해 즉각적인 볼륨과
자가 콜라겐 재생을 함께 가져가는 이중 작용 시술이에요.
홍대점에서는 쥬베룩 볼륨 외에도 쥬베룩 라인의
다양한 옵션을 함께 운영하고 있어요.
작은 PDLLA 입자로 피부결과 잔주름, 모공 개선에 접근하는 쥬베룩 스킨은
얼굴 전반 피부 컨디션 회복을 원하시는 경우에 검토되는 라인이고,
눈가 전용으로 설계된 쥬베룩 아이는 얇은 눈가 피부에 부담이 적은
처방으로 눈가 잔주름과 탄력 회복에 활용되는 카테고리예요.
같은 PDLLA 성분이지만 입자 크기와 부위에 맞춰
스킨·볼륨·아이 세 라인이 준비되어 있어
본인 관심 부위와 목적에 맞춰 선택하실 수 있는 옵션입니다.
본인 볼륨 소실 부위와 원하시는 방향은
상담 시 직접 확인해 드립니다.
팔자와 볼 꺼짐이 신경 쓰이신다면
클레오르의원 홍대점으로 부담 없이 방문해 주세요.
시술 결정 전이라도 사전 진료를 통해
본인 얼굴의 지금 상태를 함께 살펴보실 수 있습니다.
※ 본 내용은 일반적인 정보 제공을 위한 글이며, 개인에 따라 결과는 달라질 수 있습니다.
정확한 진단과 시술 여부는 전문의 상담을 통해 결정하시기 바랍니다.
