หากคุณกังวลเรื่องใต้ตาลึกและแก้มตอบ การยกกระชับด้วยไหม Jamber ฮงแด

17 เมษายน 2569

สวัสดีครับ

ผม นพ. คิม ดงยอง ผู้อำนวยการ Cleor Clinic สาขาฮงแดครับ

เวลาส่องกระจก ทั้งที่น้ำหนักก็ไม่ได้ลดลง

แต่กลับมีบางวันที่ใบหน้าดูตอบหรือดูเหนื่อยล้าอย่างเห็นได้ชัด

สัญญาณที่พบบ่อยที่สุดคือบริเวณใต้ตาที่ดูเป็นร่องลึก

หรือแก้มตอบลงจนเกิดเป็นเงาบนใบหน้า

การเปลี่ยนแปลงเหล่านี้ไม่ได้เกิดจากการที่ผิวหย่อนคล้อยลงเพียงอย่างเดียว

แต่เกิดจากการลดลงของโครงสร้างใต้ชั้นผิวหนัง

ซึ่งเป็นปัญหาที่ไม่สามารถแก้ไขได้ด้วยการทำ Lifting เพื่อดึงผิวเพียงอย่างเดียว

Jamber Thread Lifting ที่สาขาฮงแด เป็นหัตถการที่เข้าไปจัดการกับปัญหาความตอบและร่องลึกนี้โดยตรง

วันนี้ผมจะมาอธิบายอย่างตรงไปตรงมา ตั้งแต่หลักการทำงานไปจนถึงว่าใครที่เหมาะกับหัตถการนี้ครับ

เกิดอะไรขึ้นภายใต้ชั้นผิวหนังของเรา?

ผิวหนังประกอบไปด้วยหลายชั้น

ถัดจากชั้นกำพร้าและชั้นหนังแท้ลงไปจะเป็นชั้นไขมัน

โดยมีโครงสร้างของเอ็นและพังผืดคอยพยุงอยู่ด้านล่าง

เมื่ออายุมากขึ้น ชั้นไขมันนี้จะเริ่มบางลง

และเมื่อเส้นใยคอลลาเจนเริ่มเสื่อมสภาพ ก็เปรียบเสมือนนุ่นในหมอนที่ยุบตัวลง

ทำให้พื้นผิวภายนอกดูยุบตัวลงไป

สาเหตุที่บริเวณใต้ตามักจะดูเป็นร่องลึกก่อนส่วนอื่น

เป็นเพราะผิวบริเวณนี้มีความบางและมีชั้นไขมันน้อย

ทำให้การเปลี่ยนแปลงของโครงสร้างใต้ผิวปรากฏให้เห็นได้อย่างรวดเร็วนั่นเองครับ

ปัญหาแก้มตอบก็เกิดจากหลักการเดียวกันนี้

เนื่องจากครีมหรือเอสเซนส์บำรุงผิวทำงานเพียงแค่ที่พื้นผิวภายนอก

จึงไม่สามารถเข้าถึงการเปลี่ยนแปลงของโครงสร้างในระดับที่ลึกขนาดนี้ได้

Jamber Thread Lifting ที่สาขาฮงแด คืออะไร?

Jamber Thread Lifting ที่สาขาฮงแด คือ

การใช้ไหมละลายวัสดุ PDO (Polydioxanone) ที่มีลักษณะเป็นขดลวดสปริง (Spring Coil)

สอดเข้าไปใต้ชั้นผิวหนังบริเวณที่ตอบหรือเป็นร่อง

เพื่อสร้างวอลลุ่มจากภายในและกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใหม่

หากจะอธิบายหลักการทำงานให้เข้าใจง่ายๆ คือ

เหมือนกับการใส่สปริงเข้าไปในหมอนที่แบนแต๊ดแต๋

เพื่อให้หมอนกลับมาพองฟูอีกครั้ง

ไหมรูปทรงสปริงจะเข้าไปจัดวางตัวในพื้นที่ที่ยุบตัวลง

และทำงานโดยการดันวอลลุ่มให้ตื้นขึ้นมา

ในระหว่างที่ไหมค่อยๆ สลายตัวไปตามธรรมชาติภายในร่างกาย

จะช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนในเนื้อเยื่อรอบข้าง

ทำให้ยังคงรักษาความยืดหยุ่นไว้ได้ในระดับหนึ่งแม้ว่าไหมจะละลายไปจนหมดแล้วก็ตาม

หัวใจสำคัญคือไม่ใช่การใช้ไหมเงี่ยงเพื่อเกี่ยวเนื้อเยื่อเพื่อดึงขึ้นเหมือนการร้อยไหมทั่วไป

แต่เป็นการสร้างวอลลุ่มเพื่อเติมเต็มพื้นที่ที่ขาดหายไป

ประเภทของไหม Jamber ที่ใช้ที่ Cleor สาขาฮงแด

Jamber Thread Lifting จะมีการเลือกประเภทของไหมที่แตกต่างกันไปตามบริเวณที่มีปัญหา

👉 Jamber Eyeคือไหมที่ออกแบบมาเพื่อบริเวณใต้ตาโดยเฉพาะ

เนื่องจากผิวรอบดวงตามีความบางและมีเส้นเลือดรวมถึงเส้นประสาทอยู่หนาแน่น

จึงยากที่จะใช้แรงยืดหยุ่นของไหมทั่วไปได้

Jamber Eye จึงถูกออกแบบให้มีความยืดหยุ่นที่เหมาะสมกับบริเวณนี้

และใช้เข็มปลายทู่ (Cannula) ในการนำไหมเข้าสู่ผิว

เพื่อลดการระคายเคืองต่อเส้นเลือดและช่วยให้เข้าถึงจุดที่ต้องการได้อย่างละเอียดอ่อน

ใช้สำหรับแก้ปัญหาร่องน้ำตาลึกหรือการดูแลริ้วรอยเล็กๆ รอบดวงตา

👉 Jamber Volumeใช้สำหรับบริเวณแก้ม, ร่องแก้ม และขมับ

เพื่อปรับปรุงวอลลุ่มในบริเวณกว้าง

ด้วยโครงสร้างสปริงที่มีความยืดหยุ่นสูงจากการอัดแน่นของไหมยาว 40 ซม.

จึงช่วยสร้างวอลลุ่มที่มีมิติในพื้นที่ที่ยุบตัวลง

นอกจากนี้ยังมีพื้นที่สัมผัสกับเนื้อเยื่อผิวที่กว้าง จึงช่วยในเรื่องการกระตุ้นคอลลาเจนได้ดี

ไหมทั้งสองชนิดทำจากวัสดุ PDO ซึ่งมีปฏิกิริยาต่อสิ่งแปลกปลอมต่ำในระหว่างการสลายตัว

และไม่ทิ้งสารตกค้างไว้ในร่างกายหลังจากสลายตัวหมดแล้ว

แตกต่างจาก Filler อย่างไร?

หลายคนอาจนึกถึง Filler เป็นอันดับแรกเมื่อต้องการเติมเต็มส่วนที่ยุบตัว

Filler คือการฉีดสารเติมเต็มรูปแบบเจลเพื่อเติมพื้นที่ให้เต็มในทันที

  • ข้อเสียของ Filler

แม้จะเห็นการเปลี่ยนแปลงของวอลลุ่มได้อย่างชัดเจนและรวดเร็ว

แต่หากฉีดในปริมาณที่มากเกินไปหรือผิดตำแหน่ง ก็อาจดูไม่เป็นธรรมชาติได้

Jamber Thread นั้น ตัวโครงสร้างของไหมเองจะเป็นผู้สร้างวอลลุ่ม

และเป็นการสะสมการเปลี่ยนแปลงอย่างค่อยเป็นค่อยไปผ่านการสร้างคอลลาเจน

แม้การเปลี่ยนแปลงของวอลลุ่มในทันทีจะน้อยกว่า Filler

แต่มีคุณสมบัติในการจัดวางตัวภายในเนื้อเยื่อได้อย่างเป็นธรรมชาติมากกว่า

ในบางกรณีอาจมีการทำทั้งสองอย่างควบคู่กัน

เมื่อไหม Jamber ช่วยจัดโครงสร้างแล้ว จะทำให้ Filler ยึดเกาะได้มั่นคงยิ่งขึ้น

ช่วยให้วอลลุ่มคงอยู่ได้นานขึ้นได้ครับ

ขอแจ้งตามตรงครับ

แม้จะมีบางท่านที่รู้สึกถึงการเปลี่ยนแปลงของวอลลุ่มได้ทันทีหลังทำ

แต่เนื่องจากในช่วงแรกจะมีอาการบวมร่วมด้วย

ช่วงเวลาที่เข้าที่แล้วประมาณ 2-4 สัปดาห์ จึงจะเหมาะสมที่สุดในการดูผลลัพธ์สุดท้าย

โดยปกติไหมจะสลายตัวภายในประมาณ 6 เดือน ส่วนระยะเวลาของผลลัพธ์จะแตกต่างกันไปตามสภาพผิวของแต่ละบุคคล

ในกรณีที่การยุบตัวรุนแรงมาก หรือสาเหตุไม่ได้เกิดจากการเปลี่ยนแปลงทางโครงสร้าง

ผลลัพธ์ที่ได้อาจมีข้อจำกัด

หัตถการนี้อาจเหมาะสำหรับบุคคลต่อไปนี้

  • ผู้ที่กังวลเรื่องร่องใต้ตาหรือร่องน้ำตาลึก

  • ผู้ที่แก้มตอบจนทำให้ใบหน้าดูเหนื่อยล้า

  • ผู้ที่กังวลเรื่องการฉีด Filler และต้องการสร้างวอลลุ่มอย่างเป็นธรรมชาติ

  • ผู้ที่กำลังพิจารณาการร้อยไหมในย่านฮงแดหรือมาโป

ในกรณีข้างต้น Jamber Thread Lifting ที่สาขาฮงแดอาจเป็นทางเลือกที่ตอบโจทย์ครับ

หากกำลังตั้งครรภ์ หรือมีอาการอักเสบบริเวณที่จะทำหัตถการ

หรือมีภาวะผิวหนังเป็นแผลเป็นนูน (Keloid) ควรปรึกษาแพทย์ก่อนทำครับ

❗️ ข้อควรระวัง

ในช่วง 1-2 สัปดาห์หลังทำ โปรดหลีกเลี่ยงการกดแรงๆ หรือการนวดบริเวณที่ทำหัตถการ

ควรหลีกเลี่ยงการเข้าซาวน่า, ห้องอบไอน้ำ หรือการออกกำลังกายอย่างหนักเป็นเวลาอย่างน้อย 1 สัปดาห์

สามารถทาครีมกันแดดได้ทันทีตั้งแต่วันถัดไป

อาการบวม, ความรู้สึกตึง หรือรอยแดงชั่วคราว ส่วนใหญ่จะทุเลาลงเองตามธรรมชาติภายในไม่กี่วัน

หากมีกำหนดการสำคัญ แนะนำให้ทำหัตถการล่วงหน้าอย่างน้อย 2 สัปดาห์

❓ คำถามที่พบบ่อย

Q. Jamber Eye และ Jamber Volume แตกต่างกันอย่างไร?

เป็นไหมสปริงในตระกูล Jamber เหมือนกัน แต่มีการออกแบบที่ต่างกันครับ

Jamber Eye เป็นไหมเฉพาะทางที่มีความยืดหยุ่นต่ำเพื่อให้เหมาะกับผิวบางรอบดวงตา

ส่วน Jamber Volume เป็นไหมอัดแน่นที่มีความยืดหยุ่นสูง เพื่อสร้างวอลลุ่มในบริเวณกว้าง เช่น แก้ม หรือร่องแก้ม

ไหมที่เหมาะสมจะแตกต่างกันไปตามบริเวณและปัญหาของแต่ละท่านครับ

Q. Jamber Thread Lifting ที่สาขาฮงแด ต้องใช้ไหมกี่เส้น?

ขึ้นอยู่กับระดับความลึกของการยุบตัวและขอบเขตของบริเวณที่ทำครับ

หลายท่านนิยมเริ่มจากจำนวนน้อยๆ ก่อนเพื่อดูการเปลี่ยนแปลง

ทางเราจะประเมินและแจ้งให้ทราบหลังจากได้ตรวจสภาพผิวจริงที่คลินิกครับ

Q. สามารถทำ Filler ใต้ตาควบคู่กับ Jamber Eye ได้หรือไม่?

ในบางกรณีสามารถทำร่วมกันได้ครับ

หาก Jamber Eye ช่วยจัดโครงสร้างไว้ก่อน จะทำให้ Filler ยึดเกาะได้มั่นคงยิ่งขึ้น

ซึ่งเป็นการเสริมประสิทธิภาพกันเพื่อให้วอลลุ่มคงอยู่ได้นานขึ้น

ทั้งนี้ การจะทำควบคู่กันหรือไม่นั้น จะแจ้งให้ทราบหลังจากประเมินสภาพใต้ตาแล้วครับ

Q. ระหว่างทำเจ็บไหม?

เราจะทายาชาให้ก่อนเริ่มหัตถการ โดยทั่วไปจะมีความรู้สึกเจ็บหรือระคายเคืองค่อนข้างน้อยครับ

อาจรู้สึกถึงแรงกดชั่วขณะในตอนที่สอดไหม

ซึ่งความรู้สึกจะแตกต่างกันไปตามความไวต่อความรู้สึกของแต่ละบุคคลครับ

Q. จะเริ่มเห็นผลเมื่อไหร่?

แม้บางท่านจะรู้สึกถึงการเปลี่ยนแปลงของวอลลุ่มได้ทันทีหลังทำ

แต่เนื่องจากมีอาการบวมร่วมด้วย การดูผลลัพธ์ในช่วงที่เข้าที่แล้วประมาณ 2-4 สัปดาห์จะแม่นยำที่สุดครับ

ส่วนผลลัพธ์จากการกระตุ้นคอลลาเจนจะค่อยๆ เพิ่มขึ้นหลังจากนั้นครับ

Jamber Thread Lifting ที่สาขาฮงแด เป็นหัตถการที่เน้นการ 'เติมเต็ม' มากกว่าการ 'ดึงรั้ง'

สำหรับการเปลี่ยนแปลงที่เกิดจากการสูญเสียความพองฟู เช่น ใต้ตาและแก้ม

ไหมเพียงชนิดเดียวสามารถช่วยทั้งเรื่องโครงสร้างและการกระตุ้นคอลลาเจนไปพร้อมกันได้ครับ

Cleor Clinic สาขาฮงแด ตั้งอยู่ใกล้กับสถานีรถไฟใต้ดิน Hongik University

เราจะตรวจเช็กระดับความลึกและสภาพผิวของผู้ที่มาใช้บริการโดยตรง

เพื่อประเมินว่าระหว่าง Jamber Eye หรือ Jamber Volume แบบไหนจะเหมาะสมกว่ากัน

และให้คำแนะนำอย่างตรงไปตรงมาครับ

หากมีข้อสงสัยเพิ่มเติม สามารถสอบถามได้ทางช่องทาง KakaoTalk ครับ

※ เนื้อหานี้จัดทำขึ้นเพื่อให้ข้อมูลทั่วไป ผลลัพธ์อาจแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล

โปรดปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเพื่อการวินิจฉัยที่แม่นยำและการตัดสินใจในการทำหัตถการ