
สวัสดีครับ
ผม นพ. คิม ดงยอง ผู้อำนวยการ Cleor Clinic สาขาฮงแดครับ
เวลาส่องกระจก ทั้งที่น้ำหนักก็ไม่ได้ลดลง
แต่กลับมีบางวันที่ใบหน้าดูตอบหรือดูเหนื่อยล้าอย่างเห็นได้ชัด
สัญญาณที่พบบ่อยที่สุดคือบริเวณใต้ตาที่ดูเป็นร่องลึก
หรือแก้มตอบลงจนเกิดเป็นเงาบนใบหน้า
การเปลี่ยนแปลงเหล่านี้ไม่ได้เกิดจากการที่ผิวหย่อนคล้อยลงเพียงอย่างเดียว
แต่เกิดจากการลดลงของโครงสร้างใต้ชั้นผิวหนัง
ซึ่งเป็นปัญหาที่ไม่สามารถแก้ไขได้ด้วยการทำ Lifting เพื่อดึงผิวเพียงอย่างเดียว
Jamber Thread Lifting ที่สาขาฮงแด เป็นหัตถการที่เข้าไปจัดการกับปัญหาความตอบและร่องลึกนี้โดยตรง
วันนี้ผมจะมาอธิบายอย่างตรงไปตรงมา ตั้งแต่หลักการทำงานไปจนถึงว่าใครที่เหมาะกับหัตถการนี้ครับ

เกิดอะไรขึ้นภายใต้ชั้นผิวหนังของเรา?
ผิวหนังประกอบไปด้วยหลายชั้น
ถัดจากชั้นกำพร้าและชั้นหนังแท้ลงไปจะเป็นชั้นไขมัน
โดยมีโครงสร้างของเอ็นและพังผืดคอยพยุงอยู่ด้านล่าง
เมื่ออายุมากขึ้น ชั้นไขมันนี้จะเริ่มบางลง
และเมื่อเส้นใยคอลลาเจนเริ่มเสื่อมสภาพ ก็เปรียบเสมือนนุ่นในหมอนที่ยุบตัวลง
ทำให้พื้นผิวภายนอกดูยุบตัวลงไป
สาเหตุที่บริเวณใต้ตามักจะดูเป็นร่องลึกก่อนส่วนอื่น
เป็นเพราะผิวบริเวณนี้มีความบางและมีชั้นไขมันน้อย
ทำให้การเปลี่ยนแปลงของโครงสร้างใต้ผิวปรากฏให้เห็นได้อย่างรวดเร็วนั่นเองครับ
ปัญหาแก้มตอบก็เกิดจากหลักการเดียวกันนี้
เนื่องจากครีมหรือเอสเซนส์บำรุงผิวทำงานเพียงแค่ที่พื้นผิวภายนอก
จึงไม่สามารถเข้าถึงการเปลี่ยนแปลงของโครงสร้างในระดับที่ลึกขนาดนี้ได้

Jamber Thread Lifting ที่สาขาฮงแด คืออะไร?
Jamber Thread Lifting ที่สาขาฮงแด คือ
การใช้ไหมละลายวัสดุ PDO (Polydioxanone) ที่มีลักษณะเป็นขดลวดสปริง (Spring Coil)
สอดเข้าไปใต้ชั้นผิวหนังบริเวณที่ตอบหรือเป็นร่อง
เพื่อสร้างวอลลุ่มจากภายในและกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใหม่
หากจะอธิบายหลักการทำงานให้เข้าใจง่ายๆ คือ
เหมือนกับการใส่สปริงเข้าไปในหมอนที่แบนแต๊ดแต๋
เพื่อให้หมอนกลับมาพองฟูอีกครั้ง
ไหมรูปทรงสปริงจะเข้าไปจัดวางตัวในพื้นที่ที่ยุบตัวลง
และทำงานโดยการดันวอลลุ่มให้ตื้นขึ้นมา
ในระหว่างที่ไหมค่อยๆ สลายตัวไปตามธรรมชาติภายในร่างกาย
จะช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนในเนื้อเยื่อรอบข้าง
ทำให้ยังคงรักษาความยืดหยุ่นไว้ได้ในระดับหนึ่งแม้ว่าไหมจะละลายไปจนหมดแล้วก็ตาม
หัวใจสำคัญคือไม่ใช่การใช้ไหมเงี่ยงเพื่อเกี่ยวเนื้อเยื่อเพื่อดึงขึ้นเหมือนการร้อยไหมทั่วไป
แต่เป็นการสร้างวอลลุ่มเพื่อเติมเต็มพื้นที่ที่ขาดหายไป

ประเภทของไหม Jamber ที่ใช้ที่ Cleor สาขาฮงแด
Jamber Thread Lifting จะมีการเลือกประเภทของไหมที่แตกต่างกันไปตามบริเวณที่มีปัญหา
👉 Jamber Eyeคือไหมที่ออกแบบมาเพื่อบริเวณใต้ตาโดยเฉพาะ
เนื่องจากผิวรอบดวงตามีความบางและมีเส้นเลือดรวมถึงเส้นประสาทอยู่หนาแน่น
จึงยากที่จะใช้แรงยืดหยุ่นของไหมทั่วไปได้
Jamber Eye จึงถูกออกแบบให้มีความยืดหยุ่นที่เหมาะสมกับบริเวณนี้
และใช้เข็มปลายทู่ (Cannula) ในการนำไหมเข้าสู่ผิว
เพื่อลดการระคายเคืองต่อเส้นเลือดและช่วยให้เข้าถึงจุดที่ต้องการได้อย่างละเอียดอ่อน
ใช้สำหรับแก้ปัญหาร่องน้ำตาลึกหรือการดูแลริ้วรอยเล็กๆ รอบดวงตา
👉 Jamber Volumeใช้สำหรับบริเวณแก้ม, ร่องแก้ม และขมับ
เพื่อปรับปรุงวอลลุ่มในบริเวณกว้าง
ด้วยโครงสร้างสปริงที่มีความยืดหยุ่นสูงจากการอัดแน่นของไหมยาว 40 ซม.
จึงช่วยสร้างวอลลุ่มที่มีมิติในพื้นที่ที่ยุบตัวลง
นอกจากนี้ยังมีพื้นที่สัมผัสกับเนื้อเยื่อผิวที่กว้าง จึงช่วยในเรื่องการกระตุ้นคอลลาเจนได้ดี
ไหมทั้งสองชนิดทำจากวัสดุ PDO ซึ่งมีปฏิกิริยาต่อสิ่งแปลกปลอมต่ำในระหว่างการสลายตัว
และไม่ทิ้งสารตกค้างไว้ในร่างกายหลังจากสลายตัวหมดแล้ว

แตกต่างจาก Filler อย่างไร?
หลายคนอาจนึกถึง Filler เป็นอันดับแรกเมื่อต้องการเติมเต็มส่วนที่ยุบตัว
Filler คือการฉีดสารเติมเต็มรูปแบบเจลเพื่อเติมพื้นที่ให้เต็มในทันที
ข้อเสียของ Filler
แม้จะเห็นการเปลี่ยนแปลงของวอลลุ่มได้อย่างชัดเจนและรวดเร็ว
แต่หากฉีดในปริมาณที่มากเกินไปหรือผิดตำแหน่ง ก็อาจดูไม่เป็นธรรมชาติได้
Jamber Thread นั้น ตัวโครงสร้างของไหมเองจะเป็นผู้สร้างวอลลุ่ม
และเป็นการสะสมการเปลี่ยนแปลงอย่างค่อยเป็นค่อยไปผ่านการสร้างคอลลาเจน
แม้การเปลี่ยนแปลงของวอลลุ่มในทันทีจะน้อยกว่า Filler
แต่มีคุณสมบัติในการจัดวางตัวภายในเนื้อเยื่อได้อย่างเป็นธรรมชาติมากกว่า
ในบางกรณีอาจมีการทำทั้งสองอย่างควบคู่กัน
เมื่อไหม Jamber ช่วยจัดโครงสร้างแล้ว จะทำให้ Filler ยึดเกาะได้มั่นคงยิ่งขึ้น
ช่วยให้วอลลุ่มคงอยู่ได้นานขึ้นได้ครับ
ขอแจ้งตามตรงครับ
แม้จะมีบางท่านที่รู้สึกถึงการเปลี่ยนแปลงของวอลลุ่มได้ทันทีหลังทำ
แต่เนื่องจากในช่วงแรกจะมีอาการบวมร่วมด้วย
ช่วงเวลาที่เข้าที่แล้วประมาณ 2-4 สัปดาห์ จึงจะเหมาะสมที่สุดในการดูผลลัพธ์สุดท้าย
โดยปกติไหมจะสลายตัวภายในประมาณ 6 เดือน ส่วนระยะเวลาของผลลัพธ์จะแตกต่างกันไปตามสภาพผิวของแต่ละบุคคล
ในกรณีที่การยุบตัวรุนแรงมาก หรือสาเหตุไม่ได้เกิดจากการเปลี่ยนแปลงทางโครงสร้าง
ผลลัพธ์ที่ได้อาจมีข้อจำกัด
หัตถการนี้อาจเหมาะสำหรับบุคคลต่อไปนี้
ผู้ที่กังวลเรื่องร่องใต้ตาหรือร่องน้ำตาลึก
ผู้ที่แก้มตอบจนทำให้ใบหน้าดูเหนื่อยล้า
ผู้ที่กังวลเรื่องการฉีด Filler และต้องการสร้างวอลลุ่มอย่างเป็นธรรมชาติ
ผู้ที่กำลังพิจารณาการร้อยไหมในย่านฮงแดหรือมาโป
ในกรณีข้างต้น Jamber Thread Lifting ที่สาขาฮงแดอาจเป็นทางเลือกที่ตอบโจทย์ครับ
หากกำลังตั้งครรภ์ หรือมีอาการอักเสบบริเวณที่จะทำหัตถการ
หรือมีภาวะผิวหนังเป็นแผลเป็นนูน (Keloid) ควรปรึกษาแพทย์ก่อนทำครับ

❗️ ข้อควรระวัง
ในช่วง 1-2 สัปดาห์หลังทำ โปรดหลีกเลี่ยงการกดแรงๆ หรือการนวดบริเวณที่ทำหัตถการ
ควรหลีกเลี่ยงการเข้าซาวน่า, ห้องอบไอน้ำ หรือการออกกำลังกายอย่างหนักเป็นเวลาอย่างน้อย 1 สัปดาห์
สามารถทาครีมกันแดดได้ทันทีตั้งแต่วันถัดไป
อาการบวม, ความรู้สึกตึง หรือรอยแดงชั่วคราว ส่วนใหญ่จะทุเลาลงเองตามธรรมชาติภายในไม่กี่วัน
หากมีกำหนดการสำคัญ แนะนำให้ทำหัตถการล่วงหน้าอย่างน้อย 2 สัปดาห์
❓ คำถามที่พบบ่อย
Q. Jamber Eye และ Jamber Volume แตกต่างกันอย่างไร?
เป็นไหมสปริงในตระกูล Jamber เหมือนกัน แต่มีการออกแบบที่ต่างกันครับ
Jamber Eye เป็นไหมเฉพาะทางที่มีความยืดหยุ่นต่ำเพื่อให้เหมาะกับผิวบางรอบดวงตา
ส่วน Jamber Volume เป็นไหมอัดแน่นที่มีความยืดหยุ่นสูง เพื่อสร้างวอลลุ่มในบริเวณกว้าง เช่น แก้ม หรือร่องแก้ม
ไหมที่เหมาะสมจะแตกต่างกันไปตามบริเวณและปัญหาของแต่ละท่านครับ
Q. Jamber Thread Lifting ที่สาขาฮงแด ต้องใช้ไหมกี่เส้น?
ขึ้นอยู่กับระดับความลึกของการยุบตัวและขอบเขตของบริเวณที่ทำครับ
หลายท่านนิยมเริ่มจากจำนวนน้อยๆ ก่อนเพื่อดูการเปลี่ยนแปลง
ทางเราจะประเมินและแจ้งให้ทราบหลังจากได้ตรวจสภาพผิวจริงที่คลินิกครับ
Q. สามารถทำ Filler ใต้ตาควบคู่กับ Jamber Eye ได้หรือไม่?
ในบางกรณีสามารถทำร่วมกันได้ครับ
หาก Jamber Eye ช่วยจัดโครงสร้างไว้ก่อน จะทำให้ Filler ยึดเกาะได้มั่นคงยิ่งขึ้น
ซึ่งเป็นการเสริมประสิทธิภาพกันเพื่อให้วอลลุ่มคงอยู่ได้นานขึ้น
ทั้งนี้ การจะทำควบคู่กันหรือไม่นั้น จะแจ้งให้ทราบหลังจากประเมินสภาพใต้ตาแล้วครับ
Q. ระหว่างทำเจ็บไหม?
เราจะทายาชาให้ก่อนเริ่มหัตถการ โดยทั่วไปจะมีความรู้สึกเจ็บหรือระคายเคืองค่อนข้างน้อยครับ
อาจรู้สึกถึงแรงกดชั่วขณะในตอนที่สอดไหม
ซึ่งความรู้สึกจะแตกต่างกันไปตามความไวต่อความรู้สึกของแต่ละบุคคลครับ
Q. จะเริ่มเห็นผลเมื่อไหร่?
แม้บางท่านจะรู้สึกถึงการเปลี่ยนแปลงของวอลลุ่มได้ทันทีหลังทำ
แต่เนื่องจากมีอาการบวมร่วมด้วย การดูผลลัพธ์ในช่วงที่เข้าที่แล้วประมาณ 2-4 สัปดาห์จะแม่นยำที่สุดครับ
ส่วนผลลัพธ์จากการกระตุ้นคอลลาเจนจะค่อยๆ เพิ่มขึ้นหลังจากนั้นครับ
Jamber Thread Lifting ที่สาขาฮงแด เป็นหัตถการที่เน้นการ 'เติมเต็ม' มากกว่าการ 'ดึงรั้ง'
สำหรับการเปลี่ยนแปลงที่เกิดจากการสูญเสียความพองฟู เช่น ใต้ตาและแก้ม
ไหมเพียงชนิดเดียวสามารถช่วยทั้งเรื่องโครงสร้างและการกระตุ้นคอลลาเจนไปพร้อมกันได้ครับ
Cleor Clinic สาขาฮงแด ตั้งอยู่ใกล้กับสถานีรถไฟใต้ดิน Hongik University
เราจะตรวจเช็กระดับความลึกและสภาพผิวของผู้ที่มาใช้บริการโดยตรง
เพื่อประเมินว่าระหว่าง Jamber Eye หรือ Jamber Volume แบบไหนจะเหมาะสมกว่ากัน
และให้คำแนะนำอย่างตรงไปตรงมาครับ
หากมีข้อสงสัยเพิ่มเติม สามารถสอบถามได้ทางช่องทาง KakaoTalk ครับ
※ เนื้อหานี้จัดทำขึ้นเพื่อให้ข้อมูลทั่วไป ผลลัพธ์อาจแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล
โปรดปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเพื่อการวินิจฉัยที่แม่นยำและการตัดสินใจในการทำหัตถการ
